Page 42 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 42

34







                                                                                               ี
                              3. การพสูจนทฤษฎี ในการสรางกฎเกณฑหรือทฤษฎีตาง ๆ นั้น จําเปนตองมการทดสอบ
                                     ิ
                                                                  
                                                                                               ่
                                                                       
                       หรือพิสูจนอยูเสมอ ทงนีเนื่องจากกฎเกณฑหรือทฤษฎียังตองอยูภายใตกฎของการเปลียนแปลงตาม
                                                                                  
                                  
                                         ้
                                         ั
                                           ้
                                                                                             ี
                       ธรรมชาต ความสําคัญของการวิจัยของการวิจัยจึงตองมการตรวจสอบวาขอคนพบท่ไดจากการวิจัย
                                                                  
                                                                                     
                               ิ
                                                                     ี
                        
                                              
                                       ู
                       กอนหนานันยังคงถกตองอยูหรือไมเมอกาลเวลาเปลียนแปลงไป เพ่อการนําไปใชอยางถกตองตรงกบ
                                                                  ่
                                         
                                                                              ื
                                ้
                                                                                               ู
                                                                                                        ั
                                                      ่
                                                      ื
                       สถานการณหรือสภาพความเปนจริง
                              แนวทางขางตนจึงนําไปสูการแสวงหาปญหาการวิจัยดานสาธารณสุขซ่งขอสงสัยท่เกิดจาก
                                                                                                   ี
                                                                                         ึ
                                                                            
                                                                         ่
                                                                              ี
                                                                              ่
                                 
                                                                                           
                                                          
                                                ็
                       ความอยากรูอยากเห็นในขอเทจจริง หรือขอสงสัยท่เปนจุดเริมตนทกอใหเกดการคนควาวิจัย เพอให
                                                                                                      ื
                                                                                                      ่
                                             
                                                                 ี
                                                                                     ิ
                                            ํ
                       ไดความรูความจริง การดาเนินการวิจัยแตละเรืองจะตองกาหนดประเดนของปญหาในการทําวิจัยให
                              
                                                                       ํ
                                                                                  ็
                         
                                                              ่
                                                          
                       ชัดเจน การเขียนประเด็นของปญหาควรมีหลักการ ดังนี้
                                 1. เปนประเด็นที่นาสนใจ
                              2. เปนประเด็นที่เปนปญหาจริง ๆ อยูในปจจุบัน
                                                ็
                                                      ู
                                                                                          ี
                                                                                             ํ
                              3. เขยนใหตรงประเดน ขอมลเชิงเหตุผลควรจะนําไปสูจุดทเปนปญหาท่จะทาการวิจัย และ
                                                                               ี
                                                                           
                                  ี
                                                                               ่
                       ชี้ใหเห็นความสําคัญของสิ่งที่จะทําวิจัย
                                                                                          ื
                                                                                                        ู
                                                                                                      
                                                        ื
                                                                                        ี
                                                                                       ี
                                                                                       ่
                                                           ่
                                                                                          ้
                                                           ื
                              4.  มขอมลอางองทาใหนาเชือถอเพอใหผูอานไดเขาใจวาเปนปญหาทมพนฐานมาจากขอมล
                                            ิ
                                              ํ
                                  ี
                                   
                                                      ่
                                      ู
                                 
                       เชิงประจักษ มิใชเกิดจาก ความรูสึก หรือจินตนาการของผูเขียน
                              5. ไมยืดยาวจนนาเบื่อ
                              6. ใชภาษางาย ๆ จัดลําดับประเด็นที่เสนอใหเปนขั้นตอนตอเนื่องกัน
                                                                 ่
                                                                 ื
                              7.  เปนประเด็นท่นาจะเปนประโยชน เมอทําการวิจัยเสร็จสิ้นแลว  ผลการวิจัยสามารถ
                                              ี
                                       
                       นําไปใชประโยชนไดจริงๆ
                                           ี
                                            
                              8.  อยูในวิสัยท่ผูวิจัยคิดวานาจะทําไดท้งในแงของเวลา คาใชจาย  ตามความสามารถของ
                                                               ั
                       ผูวิจัย
                                        ่
                                        ี
                                 ทงนี้แหลงทมาของปญหาท่จะทาการวิจัยนั้นมหลากหลาย  อาจเกดข้นจากผูปฏิบัติงาน
                               ั้
                                                                                        ิ
                                                                                          ึ
                                                     ี
                                                         ํ
                                                                     ี
                                                                                 
                              ่
                                 ั
                              ี
                                                                                      ี
                                                ึ
                                                              ่
                                                                                                ็
                                    
                       ปญหาเกยวกบผูใชบริการ นักศกษา ตลอดจนสิงแวดลอมตาง ๆ หากผูวิจัยมความสนใจกจะมองเห็น
                                                                       
                       ปญหาไดไมยากนัก ที่มาของปญหาการวิจัยสามารถจําแนกไดดังนี้
                                                                   
                                                                                           ี
                                                                                           ่
                                             
                                                          
                                  1. ประสบการณของผูวิจัย  ผูวิจัยอาจไดปญหาการวิจัยจากปญหาทประสบอยูในการ
                                                                                                        ิ
                       ปฏิบัติงาน หรือจากการสังเกตเหตุการณความเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ในสังคมทําใหเกด
                       ความสงสัยและตองการหาคําตอบ
                                                     ื
                                  2. รายงานการวิจัยของคนอน ๆ ทพมพออกอมาแลว ไมวาจะในวารสารการวิจัยตาง ๆ ทัง ้
                                                           ่
                                                                             
                                                               
                                                            ิ
                                                                                                   
                                                           ี
                                                     ่
                                                                                               ิ
                       ภาษาไทยและตางประเทศวิทยานิพนธซ่งเปนผลงานวิจัยของนิสิตระดบบัณฑตศึกษาของ
                                                                                        ั
                                                            ึ
                                                              ี
                                                              ่
                       มหาวิทยาลัยหรืออยูในรูปของรายงานการวิจัยทพิมพเผยแพร
                                                                    ี
                                                                       ี
                                                                              ั
                                                                    ่
                                                                                  ่
                                                                                      ี
                                  3. ทฤษฎี ผูวิจัยอาจไดปญหาจากทฤษฎีทเก่ยวของกบเรืองท่สนใจ อาจสงสัยวาใน
                       สถานการณและเวลาที่แตกตางไป เหตุการณตางๆ จะเปนไปตามที่ทฤษฎีกลาวไวหรือไม  
                                                                         
                                  4. การเขารวมสัมมนา ประชุมทางวิชาการในเรื่องตาง ๆ อาจชวยใหพบปญหาทควรทาการ
                                                                                                ี
                                                                                                ่
                                                                                                     ํ
                       วิจัยได
                                  5. การเสนอหัวขอที่ควรทําการวิจัยของหนวยงานที่ใหทุนสงเสริมหรือสนับสนุนการวิจัย เชน
                       สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาต สํานักงานกองทุน
                                                                                          ิ
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47