Page 135 - Occupational health and safety (Full)
P. 135
108
ตัวอย่างโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก ่
โรคคอตีบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium diphtheriae
โรควัณโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis
โรคบาดทะยักจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium tetani
โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) จากการติดเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis เป็นต้น
1.1.2 ฟงไจ หรือเห็ดรา (Fungi) จัดเป็นจุลินทรีย์ที่มีเซลล์เป็นแบบยูคาริโอต (Prokaryotic
ั
ั
ิ
cell) เป็นกลุ่มของจุลินทรีย์ที่ไม่มีคลอโรฟลล์ มีสปอร์มีการสืบพนธ์ทั้งแบบมีเพศ และไม่มีเพศ การ
ิ
ด ารงชีวิตมีทั้งการด ารงชีวิตแบบอสระ (Free living) โดยอาศัยอาหารจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต
และในบางสภาวะสามารถเจริญในสิ่งมีชีวิตได้ การด ารงชีวิตแบบปรสิต (Parasite) เป็นเชื้อราที่ต้อง
อาศัยอาหารจากสิ่งมีชีวิตในการด ารงชีวิต เนื่องจากสร้างอาหารเองไม่ได้ หรือไม่มีเอนไซม์ย่อยสลาย
ึ่
สารอนทรีย์หรือสารอนินทรีย์ และการพงพาอาศัยสิ่งมีชีวิต (Mutualism) เป็นการเจริญแบบพงพา
ิ
ึ่
ื่
อาศัยกับสิ่งมีชีวิตอน มีการสร้างสารอาหารที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิตของพช ได้แก่ การด ารงชีวิตแบบ
ื
ื
พงพาเกื้อกูลกัน (Mycorrhiza) คือการอยู่ร่วมกันของเชื้อรากับรากพชชั้นสูง และการด ารงชีวิตแบบ
ึ่
ไลเคน (Lichen) คือการอยู่ร่วมกัน เชื้อรากับสาหร่าย และการเจริญของเห็ดโคนกับปลวก เป็นต้น
เนื่องจากเชื้อรามีแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในอากาศในรูปของสปอร์ สปอร์ทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
เช่นความร้อน ความเย็น รังสีอัลตราไวโอเลต และความดันออสโมติก (osmotic pressure) สูง ๆ ได้ดี
ส าหรับเส้นใยของเชื้อราจะถูกท าลายหมดที่อณหภูมิ 60 C - 63 C นาน 30 นาที (อิสยา จันทร์วิทยา
๐
๐
ุ
นุชิต และ วัชรินทร์ รังสีภาณุรัตน์; นงลักษณ์ สุวรรณพินิจ, 2560)
ตัวอย่างโรคที่เกิดจากการติดเชื้อรา ได้แก ่
การติดเชื้อรา Candida albican
โรคน้ ากัดเท้า (Athlete’s foot) จากการติดเชื้อรา Tinea pedis
1.1.3 ไวรัส (Virus) ไวรัสเป็นปรสิตภายในเซลล์แท้จริง (Obligate intracellular parasite) มี
ื่
โครงสร้างเป็นอนุภาค (Particle) ไม่ได้มีลักษณะเป็นเซลล์ จะอาศัยอยู่ภายในสิ่งมีชีวิตอนเท่านั้น ไม่มี
ี
องค์ประกอบพนฐานที่จ าเป็นส าหรับการเจริญเติบโต มีเพยงกรดนิวคลีอกห่อหุ้มด้วยโปรตีนแคพซิด
ิ
ื้
(Capsid) และอาจมีโปรตีนเอนวีลอป (Envelope) ห่อหุ้มด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส การจัด
็
็
็
จ าแนกหมวดหมู่ของไวรัสใช้ชนิดของจีโนม ที่มีสารพนธุกรรมทั้งชนิดดีเอนเอ (DNA) และอาร์เอนเอ
ั
ิ่
(RNA) ทั้งสายเดี่ยวและสายคู่ การเพมจ านวนของไวรัสมีกลไกการเข้าจับกันกับโฮสต์ที่จ าเพาะ การสร้าง
กรดนิวคลีอิก การสังเคราะห์โปรตีน การสร้างอนุภาคไวรัส และการปลดปล่อยออกนอกเซลล์ เชื้อไวรัส
๐
ส่วนใหญ่ถูกทาลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตได้ด้วยการใช้ความร้อนตั้งแต่ 50 C -60 C เป็นเวลาครึ่ง
๐
ั
ชั่วโมง เช่น ไรโนไวรัส (rhinovirus), เอนเทอโรไวรัส (enterovirus), ไวรัสตับอกเสบ บี (Hepatitis B
ั
virus) เป็นต้น นอกจากนี้แสงอลตราไวโอเลต (UV) ในช่วง 100-400 นาโมเมตร สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้
(อิสยา จันทร์วิทยานุชิต และ วัชรินทร์ รังสีภาณุรัตน์, 2556; นงลักษณ์ สุวรรณพินิจ, 2560)
ตัวอย่างโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ได้แก ่
ไวรัสตับอักเสบบี จากการติดเชื้อ Hepatitis B virus
พิษสุนัขบ้า จากการติดเชื้อ Rabies Virus
ไข้เลือดออก จากการติดเชื้อ Dengue Virus

