Page 62 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 62
54
เป็นไปตามเป้ าหมาย ระบบลาํ เลียงของพืชเริมตน้ ทีราก บริเวณขนราก (root hair) ซึงมีขนรากมากถึง
400 เสน้ ต่อพืนที 1 ตารางมิลลิเมตร โดยขนรากจะดูดซึมนาํ โดยวิธีการทีเรียกว่า การออสโมซิส
(osmosis) และวิธีการแพร่แบบอืน ๆ อกี หลายวิธี นาํ ทีแพร่เขา้ มาในพชื จะเคลอื นทีไปตามท่อลาํ เลียงนาํ
และแร่ธาตุ (xylem) เพอื ลาํ เลยี งต่อไปยงั ส่วนต่างๆ ของพชื เมอื นาํ และแร่ธาตุต่างๆ เคลือนทีไปตามท่อ
ลาํ เลียงนําและแร่ ธาตุและลาํ เลียงไปจนถึงใบ ใบก็จะนํานําและแร่ธาตุนีไปใชใ้ นกระบวนการ
สงั เคราะห์ดว้ ยแสง เมือกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงดาํ เนินไปเรือยๆ จนไดผ้ ลิตภณั ฑ์เป็ นนาํ ตาล
นาํ ตาลจะถกู ลาํ เลยี งผา่ นทางท่อลาํ เลยี งอาหาร (phloem) ไปตามส่วนต่าง ๆ เพอื เป็ นอาหารของพืช และ
ลาํ เลียงนาํ ตาลบางส่วนไปเก็บสะสมไวท้ ีใบ ราก และลาํ ตน้
รูปแสดงระบบการลาํ เลยี งสารของพชื
การแพร่ (diffusion) เป็ นการเคลือนทีของสารจากบริเวณทีมีความเขม้ ขน้ มากกว่าไปสู่
บริเวณทีมีความเขม้ ขน้ นอ้ ยกวา่
การออสโมซิส (osmosis) เป็นการแพร่ของนาํ จากบริเวณทีมีนาํ มากกว่า (สารละลายเจือจาง)
ไปสู่บริเวณทีมนี าํ นอ้ ยกวา่ (สารละลายเขม้ ขน้ ) การทาํ งานของระบบลาํ เลียงสารของพืชตอ้ งใชว้ ิธีการ
แพร่หลายชนิด โดยมีท่อลาํ เลียงนาํ และแร่ธาตุ (xylem) และท่อลาํ เลียงอาหาร (phloem) เป็ นเส้นทางใน
การลาํ เลยี งสารไปยงั ลาํ ตน้ ใบ กิง และกา้ นของพืช

