Page 10 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 10
2
หมาป่าอกตัญญู
ในตอนเย็นใกล้พลบค่ำ เด็กเลี้ยงแกะเมื่อเสร็จจากการดูแลฝูงแกะเรียบร้อยแล้ว จึงต้อนฝูงแกะของ
ตนกลับลงมาจากภูเขา “เฮ้…ใครก็ได้ช่วยที…ช่วยด้วย” เสียงนั้นดังออกมาจากหลุมลึกหลุมหนึ่ง เมื่อเด็ก
เลี้ยงแกะมองลงไปในหลุม เขาก็พบว่ามีหมาป่าตัวหนึ่ง กำลังพยายามกระโดดขึ้นมาจากหลุมหลายต่อ
หลายครั้ง พร้อมๆไปกับร้องขอความช่วยเหลือไปด้วย “นั่นหมาป่านี่…ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ!” เด็ก
เลี้ยงแกะตะโกนถาม “เจ้าเด็กเลี้ยงแกะนี่, มาพอดีเลย ได้โปรดช่วยเหลือข้าหน่อยส” “ไม่เอาหล่ะ, เดี๋ยว
ิ
ถ้าเราช่วยท่านแล้ว ท่านก็คงจะมาจับพวกแกะของเรากินเสียน่ะสิ” “ไม่หรอก ถ้าเจ้าช่วยข้า ข้าสัญญาว่า
ื
จะไม่จับแกะของเจ้ากินอย่างแน่นอน” เด็กเลี้ยงแกะจึงไปที่ขอบหลุมแล้วเอาเชอกผูกที่ขาหน้าของเจ้าหมา
ป่า จากนั้นเขาก็พยายามดึงมันขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ แต่เชือกนั้นเกิดขาดจากกัน “ปึ๋งงง…โอ๊ะ…
โอ้ย ๆ” หมาป่าก็เลยเป็นอันต้องตกลงไปกระทบเข้ากับพื้นด้านล่างหลุมอีก ต่อมาเด็กเลี้ยงแกะได้ไปยืนที่
ขอบหลุมแล้วใช้มือของเขาจับขาหน้าของหมาป่าเอาไว้ แล้วดึงมันขึ้นมา จึงสามารถดึงหมาป่าให้ขึ้นมาจาก
หลุมได้ และเมื่อหมาป่าขึ้นมาจากหลุมได้แล้ว มันก็เปลี่ยนไปในทันทีคือไม่สำนึกถึงบุญคุณของเด็กเลี้ยง
แกะเลยสักนิด แถมยังอ้าปากอันใหญ่ของมัน ที่มีเขี้ยวอันน่ากลัว” เจ้าผูกขาของข้าด้วยเชือกแล้วยังไม่พอ
ยังพยายามที่จะฆ่าข้าด้วยการแกล้งทำให้เชือกขาด ทำให้ข้าต้องตกลงไปกระแทกกับพื้นในหลุมอีกด้วย”
พูดไม่พูดเปล่า มันยังทำท่าจะกระโจนเข้าใส่เด็กเลี้ยงแกะอีกด้วย” อ้ายเด็กเลวคนนี้มันเป็นคนที่ทำให้ข้า
ต้องตกลงไปกระแทกกับพื้นหลุม ด้วยการตัดเชือกที่ผูกขาหน้าของข้าเอาไว้” หลังจากนั้น ลิงจึงเอ๋ยขึ้นว่า”
่
ไหนลองทำเหมือน ๆ กับสถานการณ์ตอนนั้นอยางที่เจ้าพูดให้ดูอีกครั้งได้ไหม?…เพื่อจะได้เป็นการยืนยัน
ตามข้อเท็จจริงยังไง” “ได้เลย จะได้รู้กันว่าข้านั้นเปนผู้ที่ถูกต้อง” ว่าแล้วเจ้าหมาป่า…ก็กระโดดลงไปใน
็
หลุมทันที หมาป่าก็พูดว่า “นี่…แล้วเอาเชือกนั่นมามัดขาหน้าของข้าด้วยสิ เดี๋ยวนี้เลย” หลังจากที่ได้มัดขา
หน้าของหมาป่าเอาไว้ และได้ทำท่าเป็นดึงมันขึ้นมา เด็กเลี้ยงแกะก็ปล่อยมือที่ถือเชือกนั้นในทันที “โอ๊ย
เจ็บ…เห็นหรือยังล่ะเจ้าลิง…ว่าข้าต้องได้รับกับสิ่งที่ย่ำแย่มากอย่างที่เจ้าได้เห็นนี่แหละ” หมาป่ากล่าว “เรา
เข้าใจแล้วล่ะ อ้ายหมาป่าเนรคุณ เชิญเจ้าอยู่ที่นั่น ไปตลอดกาลเลยล่ะกัน ลาก่อน…” ลิงกล่าว ว่าแล้วเด็ก
เลี้ยงแกะกับลิงก็เดินร้องเพลงออกจากที่นั้นกันไปในที่สุด…
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากใครแล้ว…หากลืมความเมตตานั้นไปเสีย…ก็คงไม่มีใครที่
จะคิดช่วยเหลือท่านอีกครั้งอย่างแน่นอน
หนูเมืองและหนูชนบท
หนูนาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในชนบท มันชอบกินผลไม้ มันอยู่อย่างมีความสุข วันหนึ่งญาติของหนูนามา
เยี่ยมจากในเมือง หนูนารวบรวมผลไม้มากมายไว้ให้หนูบ้านกิน แต่หนูบ้านไม่ชอบกินผลไม้ หนูบ้านบอกว่า
“อาหารพวกนี้น่าเบื่อเหลือเกิน” “เธอเข้าไปในเมืองกับฉันเถอะ…ชีวิตในเมืองสนุกสนานกว่าที่นี่มากนัก”
ดังนั้นหนูนาจึงติดตามญาติของมันเข้าไปในเมือง พวกมันเดินทางมาถึงบ้านใหญ่หลังหนึ่ง พวกมันมุดลอด
ใต้ประตูหลังบ้านเข้าไปในบ้าน หนูบ้านพาหนูนาเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร บนโต๊ะอาหารมีอาหาร
วางอยู่มากมาย พวกมันเริ่มกินอาหารเป็นการใหญ่ หนูนารู้สึกมีความสุข มันพูดว่า “อาหารพวกนี้ช่าง
อร่อยเหลือเกิน!” ทันใดนั้นมีเสียงบางอย่างดังแว่วเข้ามา หนูทั้งสองวงไปหลบซ่อน อยู่หลังกองอาหาร หนู
ิ่
บ้านบอกหนูนาว่า “อยู่เฉย ๆ ไว้น่ะ” หนูนารู้สึกกลัวมาก แมวตัวหนึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร มันหันไป
มองรอบ ๆ ห้องแมวตัวนั้นกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะอาหาร หนูบ้านร้องว่า “วิ่งหนีเร็ว!” หนูทั้งสองวิ่งเข้าไปใน
รูหนู หนูนาพูดกับหนูบ้านว่า “ลาก่อนน่ะ ญาติที่รัก” เจ้าหนูนาเอ่ย” เฮ้ย ทำไมรีบกลับนักล่ะ” “อืมม์”

