Page 11 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 11

3

              เจ้าหนูนาตอบ…“ข้าขอยอมกินถั่วในความสงบ…ดีกว่ากินเค้กในความหวาดกลัวแบบนี้…ข้าขอกลับไปใช้
              ชีวิตที่ท้องทุ่งอย่างเดิมดีกว่า “

              นิทานเรื่องสอนให้รู้ว่า มีชีวิตสงบสุขปลอดภัย…ดีกว่าสุขสบาย…แต่ต้องหวาดหวั่น…เต็มไปด้วยอันตราย


                                                    สุนัขจิ้งจอกกับผลองุ่น

                     วันหนึ่งในช่วงฤดูร้อน ขณะที่สุนัขจิ้งจอกกำลังเดินเล่น…ผ่านเข้าไปยังสวนผลไม้ จนกระทั่งมาถึง
              พวงองุ่นช่อหนึ่งเพิ่งสุกเต็มที่ ซึ่งอยู่สูงตระง่าน” มันจะช่วยดับกระหายของข้าได้” สุนัขจิ้งจอกกล่าว มัน
              ถอยหลังไป 2 - 3 ก้าวแล้ววิ่งกลับมา…และกระโดด แต่มันก็พลาด ไม่สามารถเก็บองุ่นช่อนั้นได้ มันทำ

              เช่นเดิมอีกแต่ก็ยังไม่สำเร็จ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มันพยายามอยู่เช่นนั้นหลังจากที่ได้เห็นอาหารล่อใจชิ้นนั้น

              แต่สุดท้ายมันก็ต้องยอมแพ้ และเดินกลับออกมา พร้อมเอ๋ยออกมาวา “ฉันมั่นใจว่า…มันต้องเป็นองุ่น
                                                                            ่
              เปรี้ยวแน่ ๆ”

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:” คนที่ทำสิ่งใดไม่สำเร็จ…มักหาเรื่องตำหนิว่าสิ่งนั้นด้อยค่า “

                                                      สุนัขจิ้งจอกกับเงา

                     เย็นวันหนึ่งเวลาใกล้พลบค่ำ ดวงอาทิตย์เป็นสีแดงเลือดหมูกำลังจะลับขอบฟ้า ได้มีสุนัขจิ้งจอกตัว

              หนึ่ง…เดินมาตามถนน ซึ่งมันเดินหันหลังให้กับดวงตะวันที่กำลังจะตกดิน ทันใดนั้นเมื่อมันรู้สึกประหลาดใจ
              มาก เมื่อเห็นเงาของตัวเองบนพื้น… เงาดำทึบ ยาวและใหญ่ อันเนื่องจากแสงอาทิตย์ปรากฏบนถนน และ

              เคลื่อนที่ไปพร้อมกับตัวของสุนัขจิ้งจอก มันแปลกใจกับเงาของตัวมันเองเป็นอย่างมาก และเงานั้นก็ดู
              เหมือนกับว่าได้เดินนำหน้ามันไปตลอดเสียด้วยสิ” ว้าว…มันชั่งเป็นเงาที่ใหญ่โตมากเลยนะเนี่ย” “หากเงา

              ของข้าใหญ่ขนาดนี้ ก็หมายความว่า ตัวของข้าเองนั้น ก็จะต้องใหญ่เหมือนกันด้วยน่ะสิ” มันเกิดความคิดที่
              หยิ่งผยองขึ้นมา และเริ่มออกเดินต่อไปเรื่อย ๆ ต่อมามีเสือตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง ออกมาปรากฏตัวขึ้นที่

              ตรงหน้าของสุนัขจิ้งจอก และได้หยุดยืนนิ่งอยู่ที่ตรงเงามันพอดี เจ้าสุนัขจิ้งจอกเมื่อเห็นเช่นนั้นจึง
              เปรียบเทียบขนาดของเงาตัวเองกับเสือตัวนั้นพร้อมเอ๋ยขึ้นว่า “จากที่ข้าดูแล้วนะ..เจ้าตัวเล็กกว่าข้ามาก

              ฉะนั้นข้าจึงไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น” สุนัขจิ้งจอกยังพูดแบบหยิ่งยโสต่ออีกด้วยว่า “เฮ้…เจ้าเสือ
              น้อย…คุกเข่าลงต้อนรับข้าเดี๋ยวนี้นะ…จนกว่าข้าจะเดินผ่านไป” “ก้าววว! อายสุนัขจิ้งจอกผอมแห้ง
                                                                                  ั
              ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนนี้ ข้าจะเคยคิดว่าหากกินเอ็งเข้าไปคงจะไม่อร่อย แต่ตอนนี้ข้าไม่อาจที่จะยกโทษให้เอ็งได้

              เสียแล้วสิ ก้าววว” สุนัขจิ้งจอกจึงต้องพบกับจุดจบคือถูกเสือกินเป็นอาหาร ที่เกิดจากมันสำคัญผิด…คิด
              หลงไปกับเงาของตัวมันเอง
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: การหลงตัวเองคิดว่ายิ่งใหญ่เหนือใคร ๆ นั้นอาจนำมาซึ่งความล้มเหลวในภายหลังได้


                                                หมาป่ากับหมาจิ้งจอกเพื่อนรัก

                                                                                 ่
                     กาลครั้งหนึ่ง มีหมาป่ากับหมาจิ้งจอกได้สาบานตัวเป็นเพื่อนตายวา…จะไม่ทำอันตรายต่อกัน และ
                                                                                                   ่
              จะช่วยกันทำมาหากิน โดยหมาจิ้งจอกมีหน้าที่ไล่ต้อนสัตว์ป่าที่จะมาเป็นอาหาร ส่วนหมาป่ารางใหญ่ ก็
              คอยจับสัตว์ป่าเหล่านั้น แล้วแบ่งอาหารกันกินอย่างอิ่มหนำสำราญทุกวันไป…สมเป็นเพื่อนกันโดยแท้ แต่
              อยู่มาไม่นาน ได้บังเกิดความแห้งแล้งกันดาร ทั่วทุกย่อมหญ้าในปานั้น บรรดาสัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่าง
                                                                         ่
              เดือดร้อนเหลือประมาณ เพราะอาหารหายากยิ่งขึ้นทุกวัน หมาป่ากับหมาจิ้งจอก ถึงกับอดอาหาร

              ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน อยู่เสมอ จนในที่สุด หมาป่าไม่สามารถทนหิวได้อีกต่อไป จึงกระโจนเข้ากัด
              หมาจิ้งจอกเพื่อนตายของมัน เพื่อหวังกินเป็นอาหารจะได้พ้นจากความตาย เพราะไม่มีอะไรจะกิน หมา
   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16