Page 25 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 25

17

              เลื่องลือไปถึงผู้เป็นพี่สาว…พี่สาวก็มาขอส่วนแบ่งทองคำ…แต่น้องไม่ยินยอมให้จึงเกิดโต้เถียงกันจนรู้ไปถึงหู
              พระราชา…พระราชาจึงได้เรียกทั้งสองเข้ามาถามความจริง… ในที่สุดความจริงก็ปรากฎ… พระราชาโกรธที่

              พระมเหสีของพระองค์ทูลเท็จและเป็นคนอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ…จึงตัดสินให้ประหารชีวิตเสีย!!…ส่วน
              น้องสาวได้อยู่ในพระราชวังดังเดิมและมีชีวิตที่ร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:

                     1. ผู้ใดมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ มีความเมตตากรุณา…จะส่งเสริมให้บุคคลนั้นพบเจอแต่
              ความสุขความเจริญรุ่งเรืองทั้งในปัจจุบันและอนาคต
                     2. ส่วนใครที่เป็นคนอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ มีใจโหดเหี้ยมอำมหิต หรือไม่มีใจเมตตาสงสาร…ก็จะ

              ได้รับกรรมในภายภาคหน้าเช่นกัน


                                                       ฤๅษีลวงตะกวด
                     กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีฤๅษีผู้มีตบะกล้าตนหนึ่ง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านมาก จึงได้

              สร้างศาลาไว้ให้ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง และที่บริเวณนั้นมีตะกวดตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ที่จอมปลวกใหญ่ ใกล้ที่อยู่
              ของฤๅษีนั้น ตะกวดตัวนี้มักจะไปหาฤๅษีเป็นประจำทุกวัน เพื่อไปทานอาหารที่ฤๅษีให้ เมื่อทานเสร็จแล้วจึง

                                                                    ้
              กลับไปอยู่ที่อยู่ของตน ต่อมาไม่นาน ท่านฤๅษีได้อำลาชาวบานไปที่อื่น ต่อมาได้มีฤๅษีเจ้าเล่ห์ตนหนึ่ง เข้า
              มาอาศัยอยู่แทน ตะกวดก็คิดว่า แม้ท่านผู้นี้ก็คงทรงศีลเหมือนกัน จึงไปหาฤๅษีนั้นเช่นเดิม อยู่มาวันหนึ่ง
              ชาวบ้านแถวนั้นได้นำอาหาร มาถวายฤๅษี พอท่านได้ทานอาหารซึ่งมีเนื้อปรุงรสแล้วเกิดติดใจในรสนั้น

              และอยากจะทานอีก จึงแกล้งถามชาวบานว่า เนื้ออะไร?  ชาวบ้านตอบว่า “เนื้อตะกวด” เมื่อทราบว่าเป็น
                                                  ้
              เนื้อตะกวด จึงคิดได้ว่า “มีตะกวดใหญ่ตัวหนึ่งมาหาเราเป็นประจำ ดีละเราจะฆ่ามันเพื่อกินเนื้อซะ ลาภ

              ปากมาหาถึงที่” คิดแล้ว จึงให้ชาวบ้านเอาเครื่องปรุงมาเตรียมไว้ ส่วนตัวฤๅษีนั่งถือไม้ขนาดพอเหมาะซ่อน
              อยู่ข้างหลัง เย็นวันนั้น ตะกวดได้ไปหาฤๅษีตามปกติ ได้เห็นท่านั่งที่แปลกๆของฤๅษี จึงคิดว่า “วันนี้ฤๅษี

              ท่านนั่งหลับๆลืมๆ ชอบกลอยู่ นั่งท่าที่ไม่เหมือนวันก่อน ชำเลืองเราเป็นประจำ” ตะกวดจึงคลานไปอยู่ใต้
              ทิศทางลม และได้กลิ่นเนื้อตะกวด จึงทราบทันที่ว่า ดาบสเจ้าเล่ห์นี้ คงกินเนื้อตะกวดแล้วเกิด ความติดใจ

              คราวนี้ หวังจะตีเรา เอาเนื้อไปทำเป็นอาหารแน่ ๆ เมื่อคิดได้เช่นนั้น จึงไม่ยอมเข้าไปใกล้ ถอยกลับแล้ววิ่ง
              หนีไป ฝ่ายฤๅษีเจ้าเล่ห์ทราบว่าตะกวดรู้ตัวแล้วไม่ยอมมาเข้าใกล จึงลุกขึ้นขว้างท่อนไม้ตามหลังไป ท่อนไม้
                                                                        ้
              ได้ถูกเพียงส่วนหางของตะกวดเท่านั้น ตะกวดตกใจรีบหลบเข้าไปในจอมปลวกอย่างรวดเร็ว โผล่เพียง

              ศีรษะออกมาเท่านั้น และกล่าวติเตียนฤๅษีว่า “นี่เจ้าฤๅษีผู้ไร้ยางอาย จะมีประโยชน์อะไรแก่เจ้า ด้วยการ
                                                ้
              แต่งตัวเป็นผู้ทรงศีล แต่จิตใจกลับชั่วรายหลอกลวงไม่มีความเมตตา ดีแต่ข้างนอกแต่ข้างในกลวง
              หลอกลวงได้แต่เฉพาะพวกรู้ไม่ทันเท่านั้น” ว่าแล้วตะกวดก็มุดลงรู และไม่เคยมาหาฤๅษีอีกเลย

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:” อำนาจของความอยาก ทำให้คนหลงลืมตัวและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว”


                                                         ทรัพย์ในดิน
                     ชาวนาผู้หนึ่งมีลูกชายอยสามคน ลูกชายของเขาทุกคนล้วนเป็นคนเกียจคร้าน จึงไม่มีใครไปช่วยพ่อ
                                            ู่
              ของเขาทำงานในท้องนาเลย ทุกคนเอาแต่กินกับนอนเท่านั้น ชาวนารู้สึกเสียใจมากที่ลูก ๆ ของเขาเป็น
              เช่นนี้ วันหนึ่งชาวนาเกิดล้มป่วยลงอยางกะทันหัน เขาจึงเรียกลูกชายทั้งสามคนเข้ามาสั่งความ” พ่อฝัง
                                                ่
              สมบัติทั้งหมดที่จะยกให้พวกเจ้าไว้ในท้องนา เมื่อพ่อตายไปแล้ว…พวกเจ้าจงไปขุดหากันเอาเองเถิด” บอก

              แล้วชาวนาก็สิ้นใจตาย ลูกชายทั้งสามของชาวนาจึงพากันไปขุดหาสมบัติในท้องนาตามที่พ่อบอก พวกเขา
              ช่วยกันขุดหาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่ก็ไม่พบสมบัติที่มีค่าอะไรเลย วันรุ่งขึ้น พวกเขาก็พากันออกไปขุดหา
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30