Page 26 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 26
18
สมบัติอีก แต่ยังคงไม่พบอะไรเลยเช่นเดิม ลูกชายทั้งสามของชาวนา ต่างช่วยกันขุดหาอยู่เช่นนี้ต่อไปอีก
หลายวัน แต่ก็ปรากฏว่าไม่พบสมบัติอะไรเลย ในที่สุดพี่ชายคนโตจึงพูดปรึกษากับน้อง ๆ ของเขาว่า
“พี่ว่าเราเลิกขุดหาสมบัติกันแล้วหันมาปลูกข้าวโพดกันดีกว่า “พวกเขาจึงนำเอาเมล็ดข้าวโพดมาหว่านลง
ในผืนดินที่ถูกขุดคุ้ยไว้แล้วนั้น หนึ่งเดือนต่อมา เมล็ดข้าวโพดก็เริ่มงอกงามเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ ถัดมาอีกสาม
เดือน ข้าวโพดก็เริ่มออกฝักแลดูเหลืองอร่ามไปทั่วท้องนา “นี่เอง คือ สมบัติที่พ่อยกให้แก่พวกเรา “พวก
เขากล่าวอย่างมีความสุข
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ…โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลย
ตาม่องล่าย
ณ หมู่บ้านอ่าวน้อย มีบ้านหลังหนึ่ง หัวหน้าครอบครวชื่อ “ม่องล่าย” เมียชื่อ “รำพึง” และลูกสาว
ั
ชื่อ “ยม” โดยความงามและความดีของนาง เลื่องลือ อยู่ในหมู่ชาวประมงแลพ่อค้าวานิช ที่เคยเข้ามา
ค้าขายในอ่าวน้อย ขณะเดียวกันหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตเมืองเพชรบุรี มีเจ้าเมืองปกครองด้วยความร่มเย็น
มีลูกชายรูปงามชื่อ เจ้าลาย. ได้ยินกิตติศัพท์ความงามของหญิงยม จึงคิดอุบายเพื่อชมความงามของนาง จึง
ได้ปลอมตัวเป็นชาวประมงล่องเรือขายปลา มาถึงหมู่บ้านอ่าวน้อย และได้ทำความรู้จักนางรำพึง ด้วย
่
ความขยันขันแข็งสุภาพอ่อนน้อมของเจ้าลาย ทำให้นางรำพึงยินดีให้เจ้าลายสนิทสนมกับสาวยม สวนตาม่
องล่ายกลับไม่พอใจจึงขัดขวางทุกวิถีทาง ความรักของคนทั้งสองเริ่มมีอุปสรรคมากขึ้น เมื่อมีเรือสำเภาจีน
้
เข้ามาค้าขาย และได้จอดทอดสมอเรือที่บริเวณหน้าบ้านตาม่องล่ายในอ่าวน้อย เจาของเรือคือ “เจ้ากรุง
จีน” ซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ความงามของสาวยม จึงตีสนิทกับตาม่องล่ายได้สำเร็จ แต่นางรำพึงไม่พอใจ ยาย
รำพึงกับตาม่องล่ายมักมีปากเสียงกันด้วยเรื่องนี้อยู่เสมอ ต่อมาเมื่อเจ้าลายส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอนางยมจากยาย
ี
ู้
รำพึง ยายรำพึงได้รับขันหมากเจ้าลาย โดยไม่ให้ตาม่องล่ายร และเมื่อเจ้ากรุงจนมาสู่ขอนางยมจากตาม่อง
ล่าย ตาม่องล่ายก็ไม่ให้ยายรำพึงรู้ เมื่อถึงวันนัดหมายขบวนขันหมากของทั้งสองฝ่ายก็ยกเข้ามา โดยที่ทาง
เจ้ากรุงจีนยกเข้ามาทางด้านใต้ของอ่าวน้อย ส่วนขบวนขันหมากของเจ้าลายยกเข้ามาทางด้านเหนือของ
อ่าวน้อย สร้างความตกตะลึงของทุกฝ่าย สองผัวเมียต่างทุ่มเถียงกันอย่างรุนแรง และต่างก็ใช้ข้าวของปา
เข้าใส่กัน จนกลายเป็นตำนานของสถานที่ต่าง ๆ สืบมาดังนี้ ยายรำพึงฉวยหมวกใบหนึ่งขว้างไปยังตาม่อง
ล่าย แต่ตาม่องลายหลบทันหมวกจึงลอยไปตกบริเวณอ่าวเกาะหลัก หรืออ่าวประจวบ ฯ กลายเป็น “เขา
ล้อมหมวก” ฝ่ายตาม่องล่ายคว้ากระบุงขว้างไปที่ยายรำพึงแต่ไม่ถูก กระบุงเลยตกทะเลลอยไปทางทิศ
ตะวันออก กลายเป็น “เกาะกระบุง” ในจังหวัดตราด ยายรำพึงเอางอบขว้างไป งอบลอยไปตกกลายเป็น
“แหลมงอบ” ในจังหวัดจันทบุรี ตาม่องล่ายคว้าสากตำข้าวขว้างยายรำพึง สากลอยไปถูกเขาทะลุ
่
กลายเป็น “เกาะทะลุ” ในอำเภอบางสะพานน้อย สวนสากลอยไปตกกลางทะเลกลายเป็น “เกาะสาก” ใน
จ.ตราด บรรดาข้าวของในขบวนขันหมากที่ตาม่องล่ายขว้างไปกระจัดกระจายไปตกในที่ต่าง ๆ ได้
กลายเป็น “เขาขันหมาก” หรือเขาสามร้อยยอด ในกิ่งอำเภอสามร้อยยอด โดยพลูไปตกกลายเป็นหอยพลู
มวน หมากตกไปกลายเปน “เกาะหมาก” ขนมจีนตกไปกลายเป็น “สาหร่ายทะเล” ปูทอดตกลงไปเป็น
็
“ปูหิน” กระจกส่องหน้าของสาวยมลอยไปติดที่เขาลูกหนึ่ง เรียกกันว่า “เขาช่องกระจก” ในเวลาต่อมา
ส่วนตะเกียบไปตกกลายเป็น “เขาตะเกียบ” ที่อำเภอหัวหิน จานก็ตกเป็น “เกาะจาน” อยู่หน้าอ่าวคลอง
วาฬ เครื่องเพชรเครื่องทองทั้งหลายตกลงไปเป็น หอยดาว หอยทับทิม ด้วยความเสียใจ ยายรำพึงเดินซม
ซานไปนอนรำพึง ถึงเคราะห์กรรมของครอบครัวตน จนกลายเป็น “เขาแม่รำพึง” ในอำเภอบางสะพาน
ส่วนตาม่องล่ายหันมาเห็นสาวยมที่คิดว่าเป็นต้นเหตุ จึงจับลูกสาวฉีกออกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งขว้างไปทาง

