Page 240 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 240

1.2  ไผซางหมน

                                                                           ํ
                                                                                     
                               การศึกษา พบวา มีการปลูกไผซางหมน ทองทีลาปาง แพร และอุตรดตถเพมมากขึน
                                                                          ่
                                                                                                    ิ
                                                                                                    ่
                                                                                               ิ
                                                                                                           ้
                               ื
                                             
                                                                                                   ี
                                                               ํ
                                                           ุ
                  (Figure 4 ) เน่องจากมีการใชไมซางเปนวัตถดิบจานวนมากในอุตสาหกรรมตะเกียบ ไมเสยบอาหาร
                                                                                          ั
                            
                  และไมจิ้มฟน (Figure 5)  ทําใหไผซางในปาธรรมชาติลดนอยลง ประกอบกับการตดและลําเลียงไผในปา
                                                                   ึ
                                
                                                                         ั
                  ธรรมชาต ทําไดยากและคาแรงสูงขึ้น มานะ (2546)  ศกษาศกยภาพแหลงผลตไมไผ  ในเขตปาสงวน
                                                                                        ิ
                                                                                    
                           ิ
                                                                                                  ํ
                  แหงชาติปาแมปาน จังหวัดแพร พบวา โรงงานผลตภณฑไมไผ 15 แหง ใชไมไผ 391,920 ลาตอป ผลิต
                                             
                                                                    
                                                                 ั
                                                              ิ
                                                           ี
                                
                  ตะเกียบไมไผได 117,200 กิโลกรัมตอป ไมเสยบลกชน 116,120 กิโลกรัมตอป และไมจิมฟน 58,860
                                                                                                   
                                                                  ้
                                                                  ิ
                                                                                                ้
                                                               ู
                          
                                            ึ
                                                               ํ
                                                                                                 ํ
                                                                    ํ
                                                                            ั
                                                                                      ิ
                  กิโลกรมตอป สมภพ (2549) ศกษาการใชไผซางของตาบลถ้าฉลอง จงหวัดอุตรดตถ ราษฎรจานวน 38 ราย
                        ั
                                                    
                                            ํ
                                                    ู
                         
                                                                            
                                                                                                         ิ
                  มีการใชไมซาง 1,570,579 ลาตอป มลคา 14,669,207  บาทตอป  โดยไผซางในปาธรรมชาตไมมี
                   ั
                                                             
                                                    
                                                                                                        ่
                  ศกยภาพในการตอบสนองตอความตองการได ควรสงเสริมใหเกษตรกรปลกไมไผซางในพืนทีหัวไร
                                                                                       ู
                                                                                                     ้
                  ปลายนา หรือปลกทดแทนในพนทีการเกษตร
                                             ื
                                                ่
                                             ้
                                 ู
                                                                                                
                               การปลูกไผซางหมนของเกษตรกรมีการเตบโตด ไผซางหมนออกหนอตามฤดูกาล
                                                                             ี
                                                                       ิ
                                                                                                ่
                                                                                                   
                                                                                                      ็
                                                                                                          ่
                        ั
                                                                                             ้
                                                                                             ื
                                                             ่
                                                           ื
                                                               ื
                                                               ้
                                        ่
                           ุ
                                                           ้
                                                     ู
                                                                   ื
                                                                       ิ
                                                                                 
                  ขยายพนธโดยการตอนกิงแขนง การปลกในพนทีชนหรอปรมาณสง ปลองยาวกวาพนทีแลง เกบเกียว
                                                                             ู
                                                                   ี
                                                                                                            ้
                  ผลผลิตหลังปลูกได 5-7 ป ไผมีลําตรงและสูงใหญ  ขอเรยบ ใบเล็ก กาบใหญ ขนาดเสนรอบวง 8-10 นิว
                                 ํ
                                                                 ู
                  สูง 8-12 เมตร ลาออนอายุ 1-2 ป มีนวลแปง ควรปลกระยะหาง ตั้งแต 6x6 6x7 หรือ 6x8 เมตร









                  Figure 4.  Bamboo plantation, culm and leaf of Pai Sangmon (Dendrocalamus sericeus)

                  Figure 5.  Chopstick and tooth pick from bamboo utilization of Pai Sangmon (Dendrocalamus sericeus)
                                                              219
   235   236   237   238   239   240   241   242   243   244   245