Page 235 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 235

Attitude and need of bamboo farmers, it was found that the average planting size per

            family is 6.3 rai. The bamboo farmers are satisfied with their occupation because bamboo has
            good growing rate, less tending, long harvesting time, good incomes. The problems and constraints

            of bamboo growing are low productivity, no market places and financial supports.  Bamboo farmers

            need  market  access,  fair  price  and  technical  knowledge  on  various  aspects  such  as  bamboo
            production and utilization, good practices on cultivation and tending of bamboo plantation for good

            productivity and bamboo improvement.




            Key words: Bamboo management,  Attitude of farmer,  Bamboo plantation.




                                                       คํานํา

                                        ่
                                                                        ํ
                                                                                    ื
                                                                                    ่
                                                         
                     ไผเปนพืชเศรษฐกิจทีสาคัญ สามารถใชประโยชนไดทั้งลาและหนอ เพอการใชสอยและเปน
                                                                    
                                         ํ
                                                                                           
                ุ
                                                               ี
                                                                                         ิ
                 ิ
            วัตถดบในอุตสาหกรรมตางๆ ไดแก ตะเกียบ  ไมจิ้มฟน ไมเสยบอาหาร การเลยงสตวนาบรเวณชายฝงทะเล
                                 
                                                         
                                       
                                                                              ี
                                                                                 ั
                                                                              ้
                                                                                     ํ
                                                                                     ้
                       ิ
            และการผลตหนอไมแปรรูปตางๆ ในอดีตวัตถุดิบไมไผสวนมากใชไผจากปาธรรมชาติ ปจจุบันไผใน
                           
                                                                                   ุ
            ปาธรรมชาติลดนอยลง การตัดและขนสงไมไผทําไดยากและมีคาแรงงานสง วัตถดบไมไผขาดแคลนและ
                                                                                    ิ
                                                                             ู
                                               
                                                         
                                                    ู
                     ้
                                                             ิ
                                                            ่
                                                                             ้
            ราคาสงขึน ทําใหประชาชนใหความสนใจปลกไผในทีดนของตนเองมากขึน ขอมูลสามะโนการเกษตร
                                                                                       ํ
                   ู
                                                     ้
                                                     ื
                                                        ่
                                               ํ
                                                           ู
            ป 2546 กระทรวงเกษตรและสหกรณสารวจพนทีปลกไผ (ยกเวนไผตง) ของเกษตรกร พบวา เกษตรกร
                                    ่
                                                                                               ุ
                                                                                                  ํ
                                                                                               
                                                          ื
            สวนมากปลูกไผในทองทีภาคกลางและภาคเหนอ โดยภาคกลางมีการปลูกแบบเปนกลมจานวน
                                                                                    ั
                                                                               ี
                                          ํ
            868,028 กอ ปลกแบบปะปนกนจานวน 997,556 กอ โดยจังหวัดกาญจนบุร เปนจงหวัดทีปลกมากทีสด
                                                                                           ่
                           ู
                                                                                              ู
                                       ั
                                                                                                    ่
                                                                                                      ุ
                                                                    
                                                                                                      ั
                                                                                             ู
            รองลงมาเปน ปราจีนบุรี  ทองทีภาคเหนือมีการปลกไผเปนกลมมีจานวน 948,313 กอ ปลกปะปนกน
                                         ่
                                                                    ุ
                                                          ู
                                                                        ํ
            จํานวน 775,745 กอ สวนมากปลกมากในจงหวัดนาน อุทัยธานี ลาปาง และนครสวรรค มานะ (2546)
                                                                      ํ
                                          ู
                                 
                                                   ั
            ศกษาศกยภาพแหลงผลตไมไผ ในเขตปาสงวนแหงชาติแมปาน จังหวัดแพร พบวา มีปริมาณไมซาง
                   ั
              ึ
                                  ิ
                              
                            ํ
                ื
                                                              ิ
                ้
                                          
            ในพนที   208  ลาตอไร  ชมชนใชไมซางในปาธรรมชาต จานวน  1,438,427  ลําตอป  สถิติกรมปาไม
                                                                ํ
                   ่
                                    ุ
                                                              ิ
                                
            (2541) ปรมาณการใชไมไผและไผรวกจากปาธรรมชาตชวงป 2538 – 2541 มีแนวโนมลดลง ป 2538
                      ิ
                        ํ
                                             ู
                                                                                                   ู
                  
            การใชไมไผ จานวน 1,330,947 ลํา มลคา 53,237,880 บาท ป 2541 ลดลงเหลอ 240,020 ลํา มลคา
                                                                                   ื
            8,400,700 บาท
                                                                                                   ุ
                                                                                                ั
                                                                       
                     ประเทศไทยมีลกษณะทางภมิศาสตรและปจจยสงแวดลอม เหมาะแกการกระจายพนธและ
                                                              ั
                                                      
                                   ั
                                              ู
                                                                 ่
                                                                 ิ
                                                   ็
                                                                                                  ํ
                             ื
                                                       ่
                                                                                      ื
                                                                   
                                                                                                 ่
            เติบโตของไผ เปนพชทีเติบโตเร็ว สามารถเกบเกียวผลผลตไดนานหลายป ไผเปนพชเศรษฐกิจทีสาคัญ
                                                               ิ
                                ่
                                               ู
                            
                                                                                                
                                                  ่
                                                  ื
            มีศกยภาพในการสงเสรมใหเกษตรกรปลกเพอสรางรายได การลงทุนปลูกไผใหคุมคาการลงทุน ตองปลูก
                                                              
               ั
                                 ิ
                                                      
                                                                      ิ
                                     ั
                                                                                                     ั
                ้
                                                                         ี
            ในพนทีทีเหมาะสม การจดการบํารงดแลรกษาใหไผมีผลผลตด และตองคํานึงถึงตลาดรองรบ
                ื
                   ่
                                                 ู
                                              ุ
                                                     ั
                     ่
                                                        214
   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239   240