Page 239 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 239


                                                                   ํ
                                 ู
                                                                                 
                                                                         
                     หนอไผหมาจมีรสชาตหวานกรอบ ใบมีขนาดใหญ นาไปใชประโยชนในการหออาหาร  ลําไผ
                                                                 
                                        ิ
                                             ิ
                                                  
                                                                                          
                                             ้
                               
                                                                ิ
                                                                      ู
            คอนขางบาง ขนาดเสนรอบวง 8-12 นว ปลองยาว 35 เซนตเมตร สง 8-12 เมตร หนอคลายหนอไมไผตง
            แตไมมีขน ปลีหนอแยก กาบใหญ ปลองจะมีตา 2 ขาง ซงจะแตกออกเปนกงใหม
                                                                              ิ่
                                                              ึ่
                         2) ไผ  B. beecheyana  (ไผกมซุง ไผตงลืมแลง ไผเขียวเขาสมิง ไผตงอนโด)
                                                     ิ
                              
                                                                                            ิ
                                                                       ั
                            การปลูกไผ  B.  beecheyana   ของเกษตรกรจงหวัดกาญจนบุร นครสวรรค ตราด
                                                                                      ี
                                                                                       ึ่
                                                      ่
                                                                          ั
                                                                                                 ่
                                                  ู
                                                              
                                                          ิ
                                                      ื
                                                                                  
              ั
                                                                              ํ
                                                                             ุ
            จนทบุรี และอุทัยธานี พบวา เกษตรกรปลกเพอผลตหนอและขยายพนธจาหนาย ซงมีการตั้งชือตางๆ
                                        
                           
            เพอผลประโยชนทางการคา ไดแก ไผกิมซง ไผตงลมแลง ไผเขียวเขาสมิง ไผตงอินโด ไผเติบโตไดดีใน
                                                              
               ่
               ื
                                                          ื
                                                  ุ
                                                       ่
                                        ้
            พนทีมีความชนสูง สามารถใหนาในฤดูแลงเพอเพมผลผลิตหนอ ทําใหมีผลผลิตหนอสูง ลักษณะลําและ
                                                       ิ
                                                    ื่
              ื้
                 ่
                        ื้
                                                                                    
                                                                  
                                        ํ
                                                                                                    ื
                                                                                                    ้
                                           ็
            หนอคลายไผตง แตหนอไมมีขน เกบหนอและบริโภคไดสะดวกกวาไผตง ทําใหเกษตรกรมีการขยายพนที ่
                   ิ่
               ู
            ปลกเพมมากขึ้น
                                                       ั้
                                                                                                  ั
                                                    ั
                                                                                                      ู
                                      ํ
                                                                 ู
                                                  
                            ไผมีขนาดลาและกอใหญ ดงนนจึงควรปลกระยะหาง 5x8 หรือ 6x8 เมตร หลงปลก
                                                                                         
                                                                                       
                                                                            ่
                                                                                             
                                                                               ิ
                                                              ี
                                          
                                                ํ
            ไผได 8-10 เดือน สามารถเกบหนอได ลาไผมีเนือหนา สเขียวเขม มีขนทีบรเวณขอตอดานลางๆ ปลอง
                                      ็
                                                      ้
                                         
            ยาว 27-28 เซนติเมตร ขนาดเสนรอบวง 30 เซนติเมตร ลาสง 6-12 เมตร การขยายพนธใชวิธีตอนกิง
                                                                                                      ่
                                                                                            ุ
                                                                  ู
                                                               ํ
                                                                                              
                                                                                         ั
                                                                              ื
                                                                       ั
            (Figure 3) หนอสามารถแตกไดอีกจากหนอทีตดแลว ดงน้นควรตดใหเหลอตาบริเวณโคนไว ทําใหผล
                                                      ั
                                                              ั
                                                          
                                                     ่
                                                  
                                         
                         
                                                                ั
                      ู
            ผลตหนอสงมากขึ้น
               ิ
















            Figure  3.  Bamboo plantation, leaf, culm and shoot of Bambusa beecheyana
                                                        218
   234   235   236   237   238   239   240   241   242   243   244