Page 33 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 33

ภาพที่ 18.  การขุดแยกเหงาไผ                  ภาพที่ 19.  ลักษณะของเหงาที่ขุดแยกไปปลูก






















                                   ่
                                                      ํ
                                                ุ
                                              
                             ํ
                                                                                     
                                           ํ
            ภาพที่ 20.  การนาเหงาทีแยกมาชาใสถงเพาะชา   ภาพที่ 21. บํารุงดูแลเหงาที่ยายชําไวในถุงอบ

                             ํ
                                         ํ
                                      ื
                                                                                        
                                                                                             ํ
                                                                 
                                                                                         
                                                                                                      ่
                     3. การชาปลองหรอชาลํา : วิธีนี้เปนผลพลอยไดจากการแยกเหงา โดยใชสวนลาของไผทีมี
                        ่
                                                                                         
                          ั
                                   ื
                                                                       ่
                                   ่
                                                                          ํ
            อาย 1-2 ป ทีตดออกมาเพอเอาเหงาไปชา เปนวิธีที่ใชไดผลดีกบไผทีมีลาคอนขางใหญ เชน ไผปา ไผสีสุก
                ุ
                                               ํ
                                                                                      
                                                                  ั
                                             ู
                                                                                                  ่
                  ื
            ไผเหลอง ไผซางหมน และไผหมาจ รวมถึงไผตงและไผบงดวย แตทั้งไผตงและไผบงเปนไผทีมีราก
                                           ั
                                                                ่
                                              ุ
            อากาศทีโคนกิง สามารถขยายพนธโดยการปกชากิง ซึงสะดวกกวาและไดปรมาณมากกวาการ
                                                                                   
                                                                                      ิ
                          ่
                                                          ํ
                     ่
                                                             ่
                                                     
                                                       ่
                                                                                         ํ
                                                                               ั
                                                                      ่
                                                                                             
                                                                        ่
                                        ั
                                 ั
                     ุ
                             ี
                             ้
                                       
            ขยายพนธโดยวิธีนจึงมกจะใชกบไผขนาดใหญทีไมมีรากอากาศทีกิงเปนหลก วิธีการชาปลองสามารถ
                   ั
            ทําได 2 วิธีดงน  ี้
                       ั
                                                          ่
                        3.1  การปกชําลําที่มีขอ 1 ขอ โดยลิดกิงลําไผที่เตรียมไวออกใหหมด แลวทําการตดทอนลํา
                                                                                               ั
                                                                                                      ํ
                                                          ่
            ใหเปนทอนและใหมีขออยตรงกลางทอนพนธ ปลองทีเหนอขอจะสงประมาณ 1 คืบ (20 ซม.) เพอไวใสนา
                                                      
                                                                      ู
                                  ู
                                                                                                      ้
                                                                                               ื่
                                                   ุ
                                                ั
                                                              ื
                                                                                      ิ
                                                                                              ํ
                                                          ั
                                                                                                     ั
                                                   ื
                            ู
                                                   ่
            และปลองสวนที่อยใตขอประมาณ 5-7 ซม. เพอปองกนการกระทบกระเทือนของตาบรเวณขอ นาทอนพนธ   ุ
               ั
              ่
                                                                                    ู
                                                                                    
            ทีตดไดดังกลาว ไปชาในแปลงเพาะชาใหวางเอียงประมาณ 45 องศา โดยใหขออยระดับดิน    และใหตาขอ
                                            ํ
                              ํ
                        ้
            หงายขึน ทั้งนตองใสนําใหมีอยในปลองที่อยเหนอดนอยางสม่ําเสมอ หรอจะปกชําลําลงถุงขนาดกลางถึง
                                                      ื
                                       ู
                          
                                                                           ื
                        ี
                                                             
                              
                  ้
                                            
                                                  ู
                                ้
                                                         ิ
                                                                                                    ุ
                                                                                                 ั
                                        ุ
                                  
                                              ื
                                              ่
                 
            ใหญเลยกได และอาจใสไวในถงอบเพอกระตนการแตกตากิง (ภาพที่ 22) หรือถามีการขยายพนธเปน
                        
                     ็
                                                     ุ
                                                                  ่
                                                     
              ํ
                                                                      
                                                                             ่
            จานวนมากควรดแลไวในกระโจมพลาสติกทีอยูในเรือนเพาะชํากได (ภาพที 23)
                            ู
                                                   ่
                                                                    ็
                                                        26
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38