Page 2 - ไม้สะเดา2562
P. 2

1




                                                            บทน า



                                                                 ื
                                                   ี
                                                                      ื้
                              ไม้สะเดามีชอสามัญที่เรยกกันทั่วไปหรอชอพนเมืองว่า Neem, Nim, Margosa, Yepa,
                                        ื่
                                                                   ื่
                                                                   ่
                                                                                                  ้
                     Tamaka ส าหรบชอท้องถิ่นในเมืองไทยเรยกแตกตางกันไปคือ กะเดา, เดา (ภาคใต) กาเดา
                                     ื่
                                                           ี
                                  ั
                                       ่
                                                                ี
                                   ั
                     (นครพนม) จะตง (สวย) สะเลียม (ภาคเหนือ) เรยกชื่อทางการค้าว่า Neem Tree (สมาคมป่าไม้
                     แห่งประเทศไทย, 2526) มีชอวิทยาศาสตรว่า Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis
                                                                ์
                                                 ื่
                     Valeton อยในวงศ MELIACEAE ไม้สะเดาจะพบขึ้นในป่าแล้งทั่วไปในประเทศอินเดีย ปากีสถาน
                               ู่
                                     ์
                         ั
                     ศรีลงกา มาเลเซีย อินโดนเซีย ไทย ลาว และพม่า ประเทศแถบอาฟรกาได้มีการนาไม้สะเดาเข้า
                                                                                  ิ
                                            ี

                                                                                 ่
                                                                  ่
                                              ิ
                                                    ื้
                     ไปปลูกเป็นสวนป่าตามบรเวณพนที่แห้งแล้งอยางกว้างขวาง เชน ซูดาน มาลาวี ซิมบับเว
                                               ี
                                                                                     ่
                                                                ้
                                                                             ั
                              ี
                     แทนซาเนย แซนซิบา ไนจีเรย และกานา เป็นตน สะเดาเป็นพนธุ์ไม้ที่นาสนใจและมีประโยชน       ์
                                                         ่
                     หลายประการ ขึ้นได้ดีในแถบแห้งแล้งทั่วไปโดยไม่เลือกดิน เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบตลอดปี ให้
                                            ึ
                                                                      ื
                                          ั่
                     ร่มเงาดี มีระบบรากหยงลก ชอบแสง มีช่วงล าต้นสั้น เรอนยอดแผ่กว้างรูปไข่ ในบริเวณพื้นที่ที่มี
                     ความแห้งแล้งจัด สะเดาจะทิ้งใบที่อยู่เฉพาะส่วนล่างๆ ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม
                                                                                  ่
                                                    ็
                     และใบใหม่จะผลิขึ้นมาอยางรวดเรวในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ชวงนสะเดาจะแทงยอดอ่อน
                                                                                      ี้
                                            ่
                         ้
                                                                                        ่
                               ่
                     พุ่งขึนไปอยางรวดเร็วและจะออกดอกระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคมเป็นชอโตตามง่ามใบตอน
                                                                ่
                     ปลายกิ่ง สามารถใชเหง้าปลูกได้ ทนไฟ แตกหนอได้ดี สัตว์เลียงไม่กิน ปัญหาเกี่ยวกับโรคและ
                                        ้
                                                                            ้
                                                                ้
                                                                                                    ้
                     แมลงท าอันตรายมีนอย ใบและดอกสามารถใชเป็นอาหารคน เนื้อไม้เหมาะส าหรบใชในการ
                                                                                                ั
                                        ้
                                                                                          ่
                                   ้
                                                                       ์
                     ก่อสรางและใชท าเชื้อเพลิง นอกจากนยงมีประโยชนอื่นๆ อีกมากมาย เชน สกัดท านามัน
                           ้
                                                                                                     ้
                                                           ั
                                                          ี้
                                         ้
                                                                       ้
                                                  ่
                     เชื้อเพลิงจุดตะเกียง นามันหล่อลืนเครืองยนต น้ ามันที่ไดจากสะเดานิยมใช้ในการท าสบู่ ผสมยา
                                                       ่
                                                             ์
                                                ้
                     รักษาโรคและเครื่องส าอาง ใชเป็นสารป้องกันก าจัดศตรูพช เปลือกสะเดาให้สีแดงใช้ในการย้อม
                                                                        ื
                                                                    ั
                     ผ้า เป็นต้น
                                           ้
                                                                                   ่
                              คณะผู้จัดท าไดรวบรวมรวมองค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านตางๆ ของไม้สะเดา เพื่อให้
                               ้
                     ผู้ที่สนใจไดน าไปศึกษาและใช้ประโยชน์ต่อไป

                                                                                      คณะผู้จัดท า
                                                                                        มกราคม 2562
   1   2   3   4   5   6   7