Page 6 - ไม้สะเดา2562
P. 6
5
ื
ั
ื
่
ี้
ี
ไปปักชาได้ดี ท่อนกิ่งพนธุ์หรอรากที่ปักชานเรยกว่า Reservior จะแตกรากหรอไม่ก็ได้ แตจะ
สามารถเลี้ยงดูหน่ออ่อนได้ 6-8 เดือน ซึ่งเพียงพอที่จะเก็บหน่ออ่อนไปปักช าได้ (Kijkar, 1992)
การผลิตหนออ่อนของไม้สะเดาควรท าในชวงเดือนมิถุนายนจะให้ผลดีที่สุด โดยกิ่ง
่
่
์
ิ
ู
ขนาดกลางเส้นผ่านศนย์กลาง 2-3 เซนตเมตร จะให้เปอร์เซ็นตการแตกหนออ่อนสูงที่สุดและมี
่
ปรมาณหนอเฉลียตอกิ่งมากที่สุด กิ่งขนาดใหญ่เส้นผ่านศนยกลาง 3.6-8 เซนตเมตร จะแตก
่
ิ
่
่
ิ
์
ู
้
่
่
่
้
ู่
หนอชากว่าและมีจ านวนหนอตอกิ่งนอยกว่ากิ่งขนาดกลาง แตจะให้หนอที่คงทนอยนานที่สุด
่
่
่
่
ส่วนกิ่งขนาดเล็กเส้นผ่านศนย์กลางตากว่า 2 เซนตเมตร แตกหน่อไดดีเชนกันและมีจ านวนหนอ
ิ
่
้
ู
่
ต่อกิ่งพอควร แต่หนออ่อนจะเหี่ยวเร็วไม่สามารถน าไปทาบกิ่งหรือปักช าได้ ดังนั้น การขยายพันธุ์
ั
ั
สะเดาโดยใชท่อนกิ่งพนธุ์จากแม่ไม้สะเดาไม่ควรใช้ท่อนกิ่งพนธุ์ที่มีขนาดเล็ก หนออ่อนจากการ
่
้
Reservoir ท่อนกิ่งพันธุ์น าไปใช้ได้ทั้งการทาบกิ่งและปักช าในคราวเดียวกัน (ประพาย, 2544)
ุ
1.2 การทาบกิ่ง (Grafting) ไม้สะเดา โดยใชหนอที่มีอายอ่อนที่ได้จากการท า
้
่
Reservoir ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร มาท าการทาบ
่
้
ุ
กิ่งแบบ Side veneer grafting โดยเสียบตอเข้าทางด้านข้างของตนตออาย 1½-2 ปี ขนาดเส้น
ู
็
่
ผ่านศนยกลาง 0.5–1 เซนตเมตร เป็นมุมเฉียงประมาณ 45 ผลส าเรจในการทาบกิ่งโดยเฉลีย
์
ิ
ประมาณ 75% (ประพาย, 2544)
้
การทดลองทาบกิ่งในไม้สะเดาและไม้สะเดาเทียม โดยใชยอดจากสะเดาเทียมทาบบน
ต้นตอสะเดา และในทางกลับกันใช้ยอดสะเดาทาบบนตนตอสะเดาเทียม พบว่า การทาบกิ่งที่ใช ้
้
้
ยอดสะเดาเทียมและตนตอเป็นสะเดามีอัตราการรอดตาย 90% ส่วนการทาบกิ่งที่ใชยอดจาก
้
่
้
สะเดาแตตนตอเป็นสะเดาเทียมมีอัตรารอดตายของตามากเพยง 20% เท่านน อีกทั้งยงเกิด
ั้
่
ี
ั
่
่
รอยตอที่ไม่สามารถเชือมกันได้สมบูรณ์ของต้นตอและกิ่งพันธุ์ (Incompatibility) มากด้วย (Kijkar,
1992)
้
1.3 การปักชา (Cutting) ไม้สะเดาด้วยวิธีปักชาล าตนจากกล้าไม้พนธุ์ดีอาย 1 ปี
ั
ุ
ิ
ยาวประมาณ 10-12 เซนตเมตร ในชวงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ให้ผลส าเรจในการออกราก
็
่
เดือนมีนาคม เท่ากับ 80.4% เดือนเมษายน 59.5% และในเดือนพฤษภาคม 88.4% (ประพาย,
ั
ุ
2544) และ ณรงค์ (2540) ได้ท าการทดลองขยายพนธุ์ไม้สะเดาโดยการปักชากล้าไม้อาย 1 ปี
ิ
่
โดยใชสารเรงราก 2 ชนดคือ IBA และ NAA ที่มีความเข้มข้นระดับตางๆ กันคือ 0, 300, 500,
่
้
์
่
700 และ 1,000 ppm พบว่า การใชสารเรงรากทั้ง IBA และ NAA มีผลท าให้เปอร์เซ็นตการแตก
้
่
่
่
่
่
รากและจ านวนรากเฉลียตอกิ่งปักชาแตกตางอยางไม่มีนยส าคัญทางสถิต แตมีผลท าให้รากที่
ิ
ั
เกิดขึ้นมานั้นมีการพัฒนาที่ดีทั้งในด้านขนาดความยาว ความโตและความสมบูรณ์ของราก ความ
่
่
เข้มข้นของสารเรงราก NAA ที่ 700 ppm ให้ผลดีที่สุดในด้านจ านวนรากเฉลียตอกิ่งปักชาและ
่
์
่
ความยาวของราก แตสารเรงราก IBA ที่ความเข้มข้น 300 ppm นนมีผลท าให้เปอรเซ็นตการ
ั้
์
่
แตกรากมีมากที่สุด

