Page 4 - ไม้สะเดา2562
P. 4

3




                                                                                     ื
                     เปลือกต้นค่อนข้างหนา สีน้ าตาลเทา หรือเทาปนด า แตกเป็นร่องตื้นหรอเป็นสะเก็ดยาวๆ เยื้อง
                                                    ้
                                                                                         ี
                     สลับกันไปตามความยาวของล าตน ยอดอ่อนจะมีเปลือกสีเขียวค่อนข้างเรยบ เปลือกของกิ่ง
                     ค่อนข้างเรียบ แก่นไม้สีน้ าตาลแดง มีความแข็งแรงและทนทานมาก (ไซมอน และคณะ, 2543)
                                                                ี
                              ไม้สะเดา ในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรมีชวงออกดอกและชวงดอกบานสูงสุด (peak
                                                                                   ่
                                                                   ่
                                                    ู่
                                                                               ่
                     flowering and anthesis period) อยในเดือนกุมภาพนธ์ ลักษณะชอดอกแบบ compound panicle
                                                                  ั
                                   ่
                                                    ่
                     มีจ านวนดอกยอย 680–840 (เฉลีย 817.5 ดอก) ดอกมีลักษณะแบบ Protandry ดอกเป็นดอก
                                                                     ้
                                                                                     ี
                     สมบูรณ์เพศ (complete flowers) ประกอบด้วยกลีบเลียง (sepal) และกลบดอก (petal) อยางละ
                                                                                                     ่
                                                ี
                                  ั
                                                                                                 ั้
                     5 กลีบ เกสรตวผู้ (stamen) เรยงล้อมรอบเกสรตวเมีย (pistil) โดยปกตดอกเรมบานตงแตเวลา
                                                                                    ิ
                                                                                          ิ่
                                                                 ั
                                                                                                     ่
                                                                        ่
                     ประมาณ 17.00–18.00 น. และบานเตมที่ (anthesis) ในชวงเวลา 20.00–21.00 น. ในแตละชอ
                                                                                                    ่
                                                        ็
                                                                                                        ่
                                                          ่
                     ดอก ดอกยอยจะทยอยบานเรอยๆ ในแตละวันจนกระทั่งถึงดอกสุดท้ายใชเวลาประมาณ 2–3
                                                ื่
                                                                                        ้
                                ่
                     สัปดาห์ ภายในดอกเดียวกันความพร้อมการผสมเกสรของเกสรตวผู้ (ระยะที่อับละอองเรณูแตก)
                                                                              ั
                                                                               ั
                     เกิดขึ้นก่อนเกสรตวเมีย (ระยะที่พบสารของเหลวบนยอดเกสรตวเมีย) ประมาณ 2-3 ชวโมง
                                                                                                     ั่
                                      ั
                                                   ู่
                     ส่วนยอดเกสรตวเมีย (stigma) อยในต าแหนงต่ ากว่าส่วนปลายของอับละอองเรณูเพยงเล็กนอย
                                                                                                ี
                                                            ่
                                   ั
                                                                                                       ้
                                                          ิ
                          ั้
                     เท่านน ซึ่งลักษณะดังกล่าวมีส่วนส่งเสรมการผสมเกสรภายในดอกเดียวกัน (self–pollination)
                                                                            ี
                     การควบคุมการผสมเกสร (controlled–pollination) พบว่า ดัชนความล้มเหลวจากการผสมพนธุ์
                                                                                                       ั
                             ้
                     ภายในตนเดียวกัน (index of self–incompatibility, ISI) ของไม้สะเดาไทยมีค่าเท่ากับ 0.13 จัดอย ู่
                     ในกลุ่มที่มีระบบผสมพนธุ์แบบ mostly self–incompatibility (ISI< 0.2) กล่าวคือ ไม้สะเดาไทยมี
                                          ั
                     ระบบการผสมพนธุ์โดยหลักเป็นแบบผสมข้าม (outcrossing) แต่การผสมพนธุ์ภายในตนเดียวกัน
                                                                                       ั
                                                                                                 ้
                                    ั
                     (selfing) สามารถเกิดขึ้นได ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับค่าอัตราส่วนระหว่างละอองเรณู (P)
                                             ้
                     ตอจ านวนไขอ่อน (O) (P/O ratio) ของดอกซึ่งมีค่าเฉลียเท่ากับ 537.3 บ่งบอกถึงลักษณะระบบ
                       ่
                                ่
                                                                     ่
                     ผสมพันธุ์แบบ facultative xenogamy (ประเสริฐ และคณะ, 2543)
                     การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ
                             ไม้สะเดา มีถิ่นก าเนิดทางใต้และตะวันออกเฉียงใตของทวีปเอเชีย พบขึ้นในป่าแล้งทั่วไป
                                                                         ้
                                                                                                   ั
                     ในประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรลังกา มาเลเซีย อินโดนเซีย ไทย ลาว และพม่า และยงพบใน
                                                   ี
                                                                        ี
                                        ิ
                                                       ิ
                                                ี
                     แถบประเทศ อาฟรกา เอเชย ลาตนอเมรกา และในหมู่เกาะคารเบียน รวมทั้งประเทศ
                                                                                    ิ
                                                              ิ
                     สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย (บุญฤทธิ์ และคณะ, 2536 ; Chowdhry and Emwanual, 1995)
                     ในสภาพธรรมชาติไม้สะเดาสามารถเจรญงอกงามในท้องถิ่นที่มีอากาศร้อนชื้น ซึ่งมีอุณหภูมิสูง
                                                        ิ
                            0
                     ถึง 44  C ส าหรบในแถบแห้งแล้งที่มีปรมาณนาฝนนอยกว่า 130 มิลลิเมตร/ปี ตนสะเดาไม่
                                                          ิ
                                                                                                ้
                                                                      ้
                                                                ้
                                    ั
                                 ้
                     สามารถขึ้นได
   1   2   3   4   5   6   7   8   9