Page 1361 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1361
4
้
์
ประโยชนที่คาดวาจะไดรบ
ั
่
1. สามารถประหยัดการใช้พลังงานไฟฟาของชดมอเตอรขับใบพัดของระบบหอหล่อเย็นได้ไม่
้
์
ุ
น้อยกว่า 28 %
้
ุ
2. สามารถลดต้นทนค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟาได้ไม่น้อยกว่า 28% ต่อป ี
ิ
ี
ิ
3. ไม่มผลกระทบต่อสถานะการเดนเครองและประสทธภาพของระบบหอหล่อเย็น
ื
่
ิ
้
ู
็
4. เปนการเพิ่มองค์ความรให้กับองค์กรและภาคอตสาหกรรมในด้านการอนรกษ์พลังงานและยัง
ุ
ั
ุ
ั
้
่
ื
สามารถน าไปประยุกต์ใช้และปรบปรงกับโรงไฟฟาหรออตสาหกรรมอนๆ
ุ
ื
ุ
ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวของ
้
ในงานวิจัยการลดต้นทนการใช้พลังงานไฟฟาของระบบหอหล่อเย็น บรษัทกรณศกษาเร่ม
ิ
้
ึ
ิ
ุ
ี
ิ
่
ึ
ื่
ี
ิ
ื่
เดนเครองเชงพาณชย์เมอป พ.ศ. 2544 ซงใช้หลักการหอหล่อเย็นแบบไหลสวนทาง (Counter flow cooling
ิ
ื
่
้
ี
็
์
็
ี
ู
ุ
ิ
tower) โดยโครงสรางเปนคอนกรตมพัดลมดด เพื่อเปนการบรหารจัดการเครองจักรและอปกรณให้เกิด
ั
ประสทธภาพสงสดและทราบความสัมพันธระหว่างปญหากับสาเหตทั้งหมดภายในระบบเพื่อค้นหาวิธการ
ี
ิ
ุ
ิ
ุ
์
ู
ิ
ุ
ลดต้นทนการผลตไฟฟาของระบบหอหล่อเย็น โดยใช้เปนเกณฑ์ในการประเมนจากอัตราผลตอบแทน
็
้
ิ
ภายในและระยะเวลาคนทน จงการท าศกษาวิจัยโดยมขั้นตอนการด าเนนการวิจัยดังน้ ี
ิ
ึ
ี
ุ
ึ
ื
ิ
่
่
ี
1. หอหลอเย็นแบบเปยก (Wet cooling tower) ชนดหอหลอเย็นแบบไหลสวนทาง
หอหล่อเย็นแบบเปยก (Wet cooling tower) การแลกเปลยนความรอนภายในหอหล่อเย็นแบบ
้
ี
่
ี
ี
เปยก ท าให้เกิดกลไกต่างๆคอน ้ารอนแลกเปลยนความรอนกับอากาศเย็น อากาศทไหลผ่านมอณหภมสงข้น
ึ
ี
้
่
ี
ู
ู
ุ
ิ
่
ื
ี
้
ั
ี
ู
ี
ึ
ุ
น ้าทไหลผ่านอากาศมอณหภมต าลงจะมน ้าระเหยเข้าไปในอากาศมผลให้อากาศมความช้นเพิ่มข้น ส าหรบ
ื
ิ
ี
ี
ี
่
่
ื
ี
้
หอหล่อเย็นแบบไหลสวนทาง ไสของหอหล่อเย็นจะวางในลักษณะแนวนอนหรอเอยงในแนวนอนภายใน
หอหล่อเย็น
2. แผนผังกางปลา(Fishbone Diagram)
้
หรอเรยกเปนทางการว่า แผนผังสาเหตและผล (Cause and Effect Diagram)แผนผังสาเหตและ
ี
ื
ุ
ุ
็
ุ
็
ี
่
ี
่
ึ
่
์
ั
ี
ผลเปนแผนผังทแสดงถงความสัมพันธระหว่างปญหา (Problem) กับสาเหตทั้งหมดทเปนไปได้ ทอาจ
็
ก่อให้เกิดปญหานั้น (Possible Cause) เราอาจค้นเคยกับแผนผังสาเหตและผล ในชอของ "ผังก้างปลา (Fish
ุ
ั
่
ื
ุ
ื
ื
ู
ิ
ู
่
ี
ื
่
้
่
Bone Diagram)" เนองจากหน้าตาแผนภมมลักษณะคล้ายปลาทเหลอแต่ก้าง หรอหลายๆ คนอาจรจักในชอ
ื
ี
ิ
ของแผนผังอชกาว่า (Ishikawa Diagram) ซงได้รบการพัฒนาคร้งแรกเมอป ค.ศ. 1943 โดย ศาสตราจารย์คา
ี
ื
ิ
่
ึ
่
ั
ั
ื
ุ
่
ั
โอร อชกาว่า แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว เมอไรจงจะใช้แผนผังก้างปลาก็เมอต้องการค้นหาสาเหตแห่งปญหา
ึ
ิ
ิ
ุ
่
ื
เมอต้องการท าการศกษา ท าความเข้าใจ หรอท าความรจักกับกระบวนการอน ๆ เพราะว่าโดยส่วนใหญ่
ื
่
ื
ู
้
ื
่
ึ
ู
่
้
ี
ั
ี
่
พนักงานจะรปญหาเฉพาะในพื้นทของตนเท่านั้น แต่เมอมการท าผังก้างปลาแล้ว จะท าให้เราสามารถร ้ ู
ื
1342

