Page 614 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 614
็
้
ื
้
ข. ปองกันพิเศษ กล่าวคอ การลงโทษเปนการปองกันผู้กระท าความผิดนั้นเอง ไม่ให้กระท า
ึ
ึ
ความผิดข้นอก ทั้งน้เพราะการกระท าความผิดเกิดข้นแล้ว เช่น ความผิดฐานฆ่าคนตายผู้ทถกฆ่าก็ได้ตายไปแล้ว
ี
ี
่
ี
ู
จะลงโทษผู้กระท าความผิดอย่างไร ผู้ทตายไปแล้วก็ไม่อาจฟนคนมาได้ ฉะนั้น การลงโทษจงควรจะปองกันมให้
ิ
้
่
ึ
ี
ื
ื้
ผู้กระท าความผิดนั้นเองกล้ากระท าความผิดข้นอก ทฤษฎทว่าการลงโทษจงควรจะปองกันมให้ผู้กระท าความผิด
ึ
ี
่
ี
ิ
้
ึ
ี
ึ
่
ี
ี
็
ี
้
็
นั้นเองกล้ากระท าความผิดข้นอก ทฤษฎทว่าการลงโทษเปนการปองกันพิเศษนั้นยังแยกออกได้เปน 3 ทฤษฎ คอ
ี
ื
(1) ทฤษฎทว่าการลงโทษควรจะเปนการกระท าให้ผู้กระท าหวาดกลัวไม่กล้ากระท าความผิดข้นอก
่
ี
ี
็
ึ
ี
็
ี
่
(2) ทฤษฎทว่าการลงโทษควรจะเปนการกระท าให้ผู้กระท าความผิดกลับตนเปนคนด เพือผู้กระท า
ี
่
็
ี
ี่
ิ
็
ความผิดจะได้กลับตนเปนผู้เหมาะสมทจะเข้าส่สังคมอย่างเดม
ู
็
็
(3) ทฤษฎทว่าการลงโทษควรจะเปนการท าให้สังคมปลอดภัย ทั้งน้หมายความว่าการลงโทษเปนการ
ี
ี
่
ี
ท าให้สังคมพ้นจากภยันตรายอันจะพึงบังเกิดจากการกระท าความผิดของผู้กระท าความผิดซ ้าอกในเวลาภายหน้า
ี
ิ
ื
ในปจจบัน การลงโทษโดยถอหลักการแก้แค้นตอบแทนได้วิวัฒนาการไปตามแนวความคดทาง
ั
ุ
่
ิ
อาชญาวิทยาสมัยใหม่ คอหลกเลยงเลกใช้วิธการทารณทรมานร่างกายจงใช้โทษจ าคกแทนมาหรอน้อยข้นอยู่กับ
ุ
ึ
ึ
ื
ี
ื
ี
ุ
ี
ี
ั
ี
ุ
่
็
ลักษณะความหนักเบาแห่งการกระท าความผิด แต่ก็เปนทยอมรบกันว่า สังคมปจจบันยังคงมแรงกระต้นเตอนใน
ั
ุ
ื
ิ
การแก้แค้นผู้กระท าความผิด ซงการมบทลงโทษต่างๆเปนการเปดโอกาสให้แก่ชมชนได้แก้แค้นผู้กระท า
ุ
ี
็
่
ึ
ื
ี
ื
่
ความผิดโดยผ่านทางกฎหมาย กฎหมายจงเปรยบเสมอนเครองมอเพือการลงโทษแทน
ึ
่
ื
ี
ิ
นอกจากน้กฎหมายอาญานั้นยังมแนวคดพื้นฐานในการก าหนดบทเพิ่มโทษโดยได้ยึดถอหลักของ
ี
ื
ิ
การลงโทษทมลักษณะเปนการตอบแทนความรายแรงของการกระท าความผิดตามแนวความคดของส านัก
้
็
ี่
ี
ุ
ี
อาชญาวิทยาดั้งเดม ทพิจารณาบทลงโทษควรมความเหมาะสมกับความผิดทบคคลนั้นกระท า เพราะถอว่ามนษย์
่
ี
ิ
ื
่
ี
ุ
้
ิ
ทกคนมเจตจ านงอสระ และให้ความส าคัญต่อการปองกันอาชญากรรมมากกว่าการลงโทษ การลงโทษจะม ี
ี
ุ
เปาหมายเพือการข่มขวัญและยับยั้งบคคลจากการประกอบอาชญากรรม ซงความหนักเบาของการลงโทษต้องได้
่
้
ึ
่
ุ
ิ
ุ
สัดส่วนกับความรนแรงของอาชญากรรมโดยต้องก าหนดให้เหมาะสมกับลักษณะของความผิดนั้น โดยแนวคด
พื้นฐานในการก าหนดบทเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญาของไทยสามารถแบ่งได้ออกเปน 2 กรณ ได้แก่
ี
็
่
1. เหตุเพิมโทษทีเปนเหตุฉกรรจ ์
็
่
เหตฉกรรจ์ คอเหตทท าให้ผู้กระท าต้องรบโทษหนักข้น เปนข้อเท็จจรงทผู้กระท าต้องรจงจะม ี
ิ
ึ
ั
่
ู
ุ
้
่
ี
ี
ึ
ื
็
ุ
ึ
ื
ความรบผิด กล่าวคอ ข้อเท็จจรงทเปนองค์ประกอบของเหตฉกรรจ์ให้ผู้กระท าต้องรบโทษหนักข้น มาตรา 62
ี
็
ิ
ุ
ั
ั
่
ิ
ุ
ุ
ึ
ั
้
วรรคสาม บคคลจะต้องรบโทษหนักข้นโดยอาศัยข้อเท็จจรงใด บคคลนั้นจะต้องรถงข้อเท็จจรงนั้น บคคล
ุ
ิ
ึ
ู
ุ
ิ
้
ื
ั
ี
ึ
ผู้กระท าไม่รข้อเท็จจรงเช่นว่าน้ก็ไม่ต้องได้รบโทษหนักข้นจะถอว่ามเจตนากระท าความผิดในเหตฉกรรจ์นั้น
ู
ี
มได้ คงมเจตนากระท าความผิดในขั้นธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นเมอมาตรา 335 เปนเหตทท าให้ผู้กระท าต้องรบโทษ
ี
ิ
ั
็
่
ี่
ุ
ื
หนักข้นจากมาตรา 334 จงต้องน ามาตรา 62 วรรคท้าย มาพิจารณาประกอบด้วย กล่าวคอ บคคลจะต้องรบโทษ
ื
ุ
ั
ึ
ึ
595

