Page 609 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 609
13
็
6.หลักการของการบังคับใช้มาตรการบังคับทางอาญา (Compulsory Measures) ไม่ว่าจะเปน
ึ
ื
็
่
ื
ี
ุ
ี
กฎหมายต่างประเทศและของประเทศไทย ผู้มอ านาจอนญาตให้ใช้มาตรการคอ ศาล ซงถอว่าเปนองค์ทมความ
่
ี
ิ
่
ิ
เปนอสระแยกต่างหากจากฝายบรหารสามารถพิจารณาโดยใช้ดลพินจในการอนมัตให้ใช้มาตรการดักฟงการ
ุ
ิ
็
ั
ุ
ิ
ื่
สอสารทางอนเทอรเนต
ิ
็
์
ุ
7.ข้อยกเว้นอ านาจอนญาตให้ใช้มาตรการ จากการศกษาพบว่า ประเทศสหรฐอเมรกาและประเทศ
ั
ึ
ิ
ี
็
ั
ิ
ุ
์
ี
ิ
ื
ี
เยอรมน ก าหนดให้หากมพฤตการณฉกเฉน หรอมความจ าเปนเร่งด่วนในการจะต้องใช้มาตรการดักฟงการ
ื่
็
์
ี่
ุ
ื
สอสารทางอนเทอรเนตแล้ว กฎหมายอนญาตให้เปนอ านาจของพนักงานสอบสวน หรอพนักงานอัยการทจะ
ิ
็
อนญาตให้ใช้มาตรการไปก่อน เพือขอค าสั่งศาลในภายหลังได้
ุ
่
ี
ิ
ี
ิ
แต่เนองจากประเทศไทยมระบบการบรหารจัดการคดโดยส านักงานศาลยุตธรรมได้ก าหนดให้ม ี
่
ื
์
่
ี
“ผู้พิพากษาเวรสั่ง” ทสามารถออกหมายอาญาได้ตลอดเวลาโดยไม่มวันหยุดราชการเสารอาทตย์อย่างเช่นใน
ิ
ี
ั
็
ุ
ต่างประเทศ ดังนั้น ข้อยกเว้นเพราะเหตจ าเปนเร่งด่วนหรอเหตฉกเฉนอย่างยิ่งทจะน ามาตรการดักฟงการ
่
ี
ิ
ุ
ื
ุ
ิ
ื
่
สอสารทางอนเทอรเนตมาใช้ก่อนโดยไม่ต้องขออนญาตจากศาลนั้นอย่างในกฎหมายต่างประเทศ จงอาจไม่ม ี
ึ
็
์
ุ
ิ
ความจ าเปนต้องบัญญัตไว้แต่อย่างใด
็
็
ี
ู
่
่
ู
ื
ี
ี
8.ควรก าหนดให้มการท าลายข้อมลทได้มาจากการใช้มาตรการ หากข้อมลทเปนเน้อหาของข้อมล
ู
ี
ี
ู
ี
ี
่
็
ู
ุ
่
ี
ี
โดยแท้นั้นเปน ข้อมลส่วนบคคลทมลักษณะเปนแกนกลางของการใช้ชวิตส่วนตัว ทั้งน้ ข้อมลทไม่มความ
็
ู
ื
ี
ั
ุ
็
จ าเปนส าหรบด าเนนคดอาญาไม่ว่าจะเปนข้อมลส่วนบคคลหรอไม่ ต้องได้รบการตรวจสอบโดยศาล และให้
ั
็
ิ
่
็
ศาลมค าสั่งให้ลบเสยโดยไม่ชักช้า ควรก าหนดว่า หากข้อมลทได้มานั้นเปนข้อมลส่วนบคคลและศาลได้
ี
ุ
ู
ู
ี
ี
ี
ั
ี
ิ
ี
ี
ู
พิจารณาแล้วว่าไม่มความจ าเปนส าหรบใช้ด าเนนคดอาญา ให้ศาลมค าสั่งให้ลบข้อมลนั้นเสยโดยทันท ี
็
ุ
ุ
ี
ี
9.ควรก าหนดให้ความค้มครองผลกระทบทมต่อบคคลภายนอกทต้องเข้ามาเกียวข้องกับการใช้
่
่
่
ี
ื
ั
ิ
ี
ี
์
ั
็
มาตรการดักฟงการสอสารทางอนเทอรเนต ให้มการแจ้งต่อศาลว่าการใช้มาตรการท าให้มผู้ได้รบผลกระทบ
่
ี
จากการใช้มาตรการ และให้บคคลเช่นว่าน้อาจโต้แย้งปกปองสทธของตนต่อศาล ศาลจะพิจารณาว่าการถก
้
ิ
ุ
ู
ิ
ุ
็
กระทบสทธนั้นเปนเรองเล็กน้อย หรอเปนกรณจ าเปนทจะต้องแจ้งเรองดังกล่าวต่อบคคลภายนอก เพือไม่เปน
็
่
ื
ี
ื
็
ิ
ิ
ี
็
่
่
่
ื
การเพิ่มกระบวนการพิจารณาคดในศาลโดยใช่เหต ุ
ี
ู
10.ควรก าหนดความรบผิดทางอาญาเกียวกับการได้มาโดยไม่ชอบซงข้อมลทบคคลสอสารถงกัน
่
ื
่
่
ั
ึ
ุ
่
ึ
ี
ั
ิ
่
ี
ิ
ิ
จากการกระท าในการใช้มาตรการทปราศจากอ านาจ ควรก าหนดความรบผิดทางอาญาต่อการละเมดสทธใน
ุ
ิ
ความเปนส่วนตัวไว้เปนฐานความผิดด้วย เพือให้บทบัญญัตน้ช่วยในการปองปรามมให้เจ้าพนักงานใช้ดลพินจ
็
้
ี
ิ
็
่
ิ
ื่
โดยขาดหลักเกณฑ์และเงอนไขของกฎหมาย
11.ควรก าหนดให้มกระบวนการเผยแพร่และจัดท ารายงานสรปผลการใช้มาตรการดักฟงการ
ุ
ั
ี
ื
่
ิ
สอสารทางโทรคมนาคม โดยก าหนดให้กระทรวงยุตธรรมจัดท าบทสรปของการใช้มาตรการตามค าสั่งดังกล่าว
ุ
่
ี
่
็
์
ี
ทั่วทั้งประเทศในปทจัดท ารายงานและเผยแพร่ข้อมลดังกล่าวน้บนอนเทอรเนต เพือให้ประชาชนทั่วไปได้
ี
ิ
ู
ึ
้
่
่
ื
ื
ิ
ทราบ และต้องท าให้กระบวนการเข้าถงนั้นเปดเผย ทั้งน้ เพือสรางความน่าเชอถอในการบังคับใช้กฎหมายของ
ี
ิ
กระบวนการยุตธรรมทางอาญาของไทยให้เกิดความโปร่งใส
590

