Page 613 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 613
1.บทนา
่
ิ
ื
็
ี
กฎหมายอาญา คอ กฎหมายทบัญญัตว่า การกระท าหรอไม่กระท าการอย่างใดเปนความผิดและ
ื
ึ
ื
่
ี
่
ี
ิ
ิ
ก าหนดโทษทจะลงแก่ผู้กระท าความผิดไว้ด้วย กล่าวอกนัยหนง กฎหมายอาญา คอ กฎหมายทบัญญัตห้ามมให้ม ี
ี่
ิ
ิ
ี
่
การกระท าอย่างหนงอย่างใดหรอบังคับให้มการกระท าอย่างหนงอย่างใดโดยผู้ทฝาฝนหรอไม่ปฏบัตตามจะต้อง
ื
ึ
ื
ื
ึ
่
ี
่
่
ี
ึ
่
ได้รบโทษ ซงโทษทจะลงแก่ผู้กระท าความผิดต้องบัญญัตไว้ในกฎหมายอยู่ก่อนการกระท าความผิด หากมการ
่
ั
ิ
ี
ึ
ี
้
ี
ี
ิ
่
กระท าเกิดข้นทส่งผลกระทบต่อความสงบเรยบรอยของสังคมแต่ไม่มกฎหมายบัญญัตบทลงโทษไว้ย่อมอาจจะ
ึ
ุ
ท าให้สังคมเกิดความไม่สงบสขข้นได้
ิ
็
็
ี
ี
ี
้
อาจกล่าวได้ว่ากฎหมายอาญาเปนส่งจ าเปนอย่างยิ่งต่อความสงบเรยบรอยและศลธรรมอันดของคน
ุ
ี
ในสังคม มาตรการทางกฎหมายอาญานั้น น ามาใช้เพือค้มครองส่วนได้ส่วนเสยของสังคมและชักน าให้ผู้ทอยู่ใน
ี
่
่
ิ
สังคมแห่งนั้นหันมาประพฤตปฏบัตในแนวทางทถกทควร การบัญญัตกฎหมายอาญาได้ค านงแต่เพียงว่ารฐ
ิ
ู
ี
่
ิ
ิ
ึ
่
ี
ั
่
ึ
ิ
่
ิ
เท่านั้นทมสทธในการออกกฎหมายเพือลงโทษบคคลได้ตามใจชอบไม่ แต่ความเปนจรงแล้วรฐจะต้องค านงว่า
ี
ุ
็
ิ
ี
ั
กฎหมายทบัญญัตข้นมานั้นชอบด้วยเหตผลในการลงโทษต่อผู้กระท าความผิดในการกระท านั้นๆหรอไม่ซง
ิ
ุ
่
ื
ี่
ึ
ึ
ุ
สามารถพิจารณาได้จากจดประสงค์ในการลงโทษดังต่อไปน้ ี
ี
่
ื่
ื
์
1.1 แนวคิดเรองจุดประสงคในการลงโทษน้ มีทฤษฎีอยู 2 ทฤษฎี คอ
ี
่
1) ทฤษฎเด็ดขาด (absolute theory) ทเกียวข้องกับจดประสงค์ในการลงโทษ คอการทกฎหมายอาญา
1
ี
่
ุ
ี
่
ื
ี
่
ึ
ุ
ี
ื
ี
ิ
บัญญัตให้ลงโทษผู้กระท าความผิดนั้น ก็เพราะเหตทได้มการกระท าความผิดเกิดข้นอย่างเดยว กล่าวคอจะต้องม ี
ู
่
ี
่
ี
การลงโทษเพือให้มการตอบแทนแก้แค้นทถกต้องต่อผู้กระท าความผิด
ี
2) ทฤษฎสัมผัส (relative theory) หรอทฤษฎไม่เดดขาด มจดประสงค์ในการลงโทษโดยพิจารณาใน
ี
ุ
ี
็
ื
2
์
่
ี
ึ
ึ
แง่ทว่าควรลงโทษอย่างใดจงจะเกิดประโยชน ไม่ได้พิจารณาจากการกระท าความผิดท าให้การลงโทษจงต้อง
ี
ึ
็
ี
ื
ึ
ค านงถงตัวผู้กระท าความผิดกับเพือนมนษย์อนๆ โทษนั้นควรจะมผลเปนการกระท าทส่งผลให้ผู้กระท าความผิด
่
่
ุ
่
เกิดความหวาดกลัว ท าให้ผู้กระท าความผิดกลับตนเปนคนดหรอท าให้สังคมปลอดภัยจากการกระท าความผิด
ื
็
ี
ทั้งน้เพือนเปนการปองกันขัดขวางมให้มการกระท าความผิดเกิดข้นอก การทจะปองกันขัดขวางมให้มการ
ิ
ึ
่
ี
ี
ี
ิ
็
่
ี
้
ี
้
กระท าความผิดเกิดข้นอกนั้นมอยู่ 2 ประการ กล่าวคอ
ี
ื
ึ
ี
ุ
ก. ปองกันทั่วไป กล่าวคอ การลงโทษต้องเปนการปองกันมให้บคคลทกๆคน กระท าความผิด
้
ุ
ื
็
้
ิ
ุ
ึ
ี
่
ี
ทั้งน้หมายความว่า จะต้องลงโทษเพือให้บคคลทกๆคนหวาดกลัวไม่กล้ากระท าความผิดอย่างเดยวกันข้นอก
ุ
ี
ื
ี
่
ุ
ึ
ิ
็
หรอจะกล่าวอกอย่างหนงก็คอ จะต้องลงโทษผู้กระท าความผิดเพือให้เปนแบบอย่างซงบังคับจตใจบคคลทั่วไป
ึ
่
่
ื
ิ
ี
ิ
ทจะคดกระท าความผิดอย่างเดยวกันให้งดเว้นความคดนั้นๆเสย
่
ี
ี
ี
ั
ิ
่
1 หยุด แสงอุทัย,กฎหมายอาญา ภาค 1, (พมพ์คร้งท 19), กรงเทพฯ : ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2547, หน้า 250
ุ
์
2 ธสทธ์ พันธฤทธ์ ิ, กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป, กรงเทพฯ : นตธรรม, 2555, หน้า 47
ิ
ุ
ิ
์
ิ
ุ
ี
594

