Page 651 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 651
ั
์
่
ปญหาในการแบงแยกความผิดฐานลักทรพย กับความผิดฐานฉอโกง
้
ั
์
์
ณัฐชนน ธนานุรกษวงศ
ั
่
้
์
์
ผูชวยศาสตราจารย ดร.กรรภิรมย โกมลารชุน
บทคัดยอ
่
บทความฉบับน้มวัตถประสงค์เพือศกษาให้ทราบถงสถานการณปญหาในการแบ่งแยกความผิด
ึ
ี
่
ี
์
ั
ึ
ุ
ี
ี
ั
ุ
่
ึ
ฐานลักทรพย์โดยวิธการใช้กลอบาย กับฉ้อโกงตั้งแต่อดตจนถงปจจบัน รวมทั้งความพยายามทจะแก้ไข
ี
ุ
ั
ั
ั
ี
ปญหาการแบ่งแยกความผิดทั้งสองฐานน้ให้ชัดเจนมากข้น เนองจากความผิดฐานลักทรพย์โดยวิธการใช้กล
ี
ื่
ึ
ุ
ี
ื
อบาย กับฉ้อโกง ต่างมจดเร่มต้นทเหมอนกันคอ “การหลอกลวง” แต่จากค าพิพากษาของศาลทั้งหลายท ่ ี
ื
ิ
ี
่
ุ
็
ิ
ิ
ื
ึ
ื่
ิ
ิ
ปรากฏ ศาลมักจะไปวินจฉัยถงเรอง การหลอกเอากรรมสทธ์ ิ หรอสทธครอบครองเปนประการแรก ทั้งท ่ ี
็
ั
ิ
ี
ื
ความเปนจรงแล้ว ผู้กระท าความผิดนั้นมเพียงเจตนาเพื่อต้องการให้ได้ทรพย์นั้นไปจากเจ้าของ หรอ
ี่
ิ
ื
ิ
ี
ผู้ครอบครองด้วยวิธการทมชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น โดยผู้กระท าความผิดมได้สนใจถงเรองกรรมสิทธ์ หรอ
ิ
ื่
ึ
ิ
ื
ื
ิ
็
สทธครอบครองเลย ซงถอได้ว่าเปนเรองนอกเหนอเจตนาของผู้กระท าความผิด แต่ศาลกลับไปวินจฉัยถง
่
่
ึ
ื
ึ
ิ
่
เรองการหลอกเอากรรมสทธ์ ิ หรอการครอบครองเปนประการแรกจงไม่น่าจะถกต้อง โดยปญหาในการ
ึ
ู
็
ื
ั
ิ
ื
ตัดสนคดว่า คดใดจะเปนความผิดฐานลักทรพย์หรอฉ้อโกง ส่งผลกระทบต่อการด าเนนคดอาญาหลาย
ิ
ี
ิ
ั
ี
็
ื
ี
ิ
ั
ี่
ึ
ประการ รวมถงผลทผู้กระท าความผิดจะได้รบจากกฎหมายและกระบวนยุตธรรมอกด้วย ประกอบกับ
ี
ี
ความผิดฐานลักทรพย์ กับฉ้อโกงมลักษณะการกระท าทแตกต่างกัน กล่าวคอ ในความผิดฐานลักทรพย์ต้องม ี
ั
ี
่
ั
ื
ู
่
ี
ั
่
ื
การเอาไปโดยการพาทรพย์นั้นเคลอนท ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีการหลอกลวงจนผู้ถกหลอกหลง
ื
ิ
หรอบคคลทสามหลงเชอแล้วส่งมอบทรพย์นั้นให้ แต่ค าพิพากษาของศาลทปรากฏก็มได้วินจฉัยในเรองการ
ั
ุ
ี่
ื
ิ
่
ี
ื่
่
ั
ี
ั
ื่
ี่
เคลอนทของทรพย์ ตามทฤษฎการเคลอนทของทรพย์และการพาพ้นไปเลย
ี่
ื่
็
ี
ี่
ี
ี
่
ึ
ั
นับตั้งแต่มค าพิพากษาฎกาท 1463/2503 ซงศาลฎกาพิพากษาให้เปนความผิดฐานลักทรพย์โดย
ั
ี
็
ุ
วิธการใช้กลอบาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จนถงปจจบันเปนระยะเวลากว่า 50 ปแล้ว ปญหา
ุ
ั
ี
ึ
ี
ึ
ั
ในการแบ่งแยกความผิดฐานลักทรพย์โดยวิธการใช้กลอบายกับฉ้อโกง ก็ยังก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้ศกษา
ุ
ั
่
ึ
่
และผู้ใช้กฎหมายตลอดมา โดยจากการศกษาพบว่าหลายประเทศทเคยประสบปญหาเกียวกับการแบ่งแยก
ี
ี
็
ี
ี
ความผิดทั้งสองฐานน้มาก่อนเช่นเดยวกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเปนประเทศระบบ ซวิลลอว์ (Civil Law) เช่น
ี่
ื
ประเทศเยอรมน ประเทศฝร่งเศส หรอประเทศทใช้ระบบคอมมอนลอว์ (Common Law) เช่น ประเทศ
ั
ี
ิ
ิ
ื
ิ
ิ
ื
่
อังกฤษ หรอสหรฐอเมรกา นอกจากจะใช้หลักเกณฑ์ในการแบ่งแยกเรองการหลอกเอากรรมสทธ์ หรอสทธ ิ
ื
ั
ครอบครองเช่นเดยวกับประเทศไทยแล้ว ต่างก็ได้หาวิธการแก้ไขปญหาในแต่ละรปแบบ เช่น ในประเทศ
ี
ั
ู
ี
นักศกษาหลักสตรนตศาสตรมหาบัณฑต สาขานตศาสตร มหาวิทยาลัยธรกิจบัณฑตย์
ุ
์
ิ
ิ
ิ
์
ิ
ิ
ู
ึ
ิ
ทปรกษาวิทยานพนธ ์
ี่
ิ
ึ
632

