Page 654 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 654
4
ิ
ี่
ั
ุ
การทศาลตัดสนผิดพลาดไปหากเข้าเหตฉกรรจ์ของความผิดฐานลักทรพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา
ื
ู
่
ึ
มาตรา 335 ซงอัตราโทษนั้นสงกว่าอัตราโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 หรอ 341 ก็จะ ท าให้
ึ
้
ั
็
ผู้กระท าความผิดต้องได้รบโทษหนักข้นอันจะเปนผลรายแก่ผู้กระท าความผิด
ี
ั
ี
ดังนั้น จากการศกษาเปรยบเทยบความผิดฐานลักทรพย์กับความผิดฐานฉ้อโกงในประเทศต่างๆ
ึ
ี
ั
พบว่าความผิดฐานลักทรพย์โดยวิธการใช้กลอบายก็พัฒนามาจากความผิดฐานลักทรพย์ เพียงแต่มการใช้
ุ
ั
ี
ี
่
ั
ิ
็
่
ุ
อบายเข้ามาหลอกลวงประกอบเพือท าให้ความผิดฐานลักทรพย์ทด าเนนการนั้นประสบความส าเรจ ในขณะ
็
ทการหลอกลวงนั้นเปนองค์ประกอบทส าคัญในความผิดฐานฉ้อโกง หากขาดองค์ประกอบข้อน้ ีก็ไม่
ี
ี
่
่
ี
ุ
สามารถจะลงโทษในความผิดฐานฉ้อโกงได้ ในกล่มประเทศทใช้กฎหมายในระบบคอมมอนลอว์นั้นได้
่
็
ุ
ี
็
ก าหนดความผิดอาญาฐานลักทรพย์โดยวิธการใช้กลอบายไว้ เนองจากเหนว่าการกระท าดังกล่าวเปนภัย
ื
่
ั
่
ี
ุ
ิ
ั
ุ
อันตรายต่อทรพย์สนส่วนบคคลและต่อสังคมส่วนรวมด้วย ส่วนในกล่มประเทศทใช้กฎหมายระบบ
ิ
ประมวลกฎหมายส่วนมากได้บัญญัตความผิดฐานฉ้อโกงไว้โดยใช้ถ้อยค ากลางๆ ว่า “หลอกลวง” และ
ิ
ุ
ิ
ิ
ั
ความผิดฐานลักทรพย์ก็บัญญัตไว้ด้วยแต่มได้บัญญัตความผิดฐานลักทรพย์โดยใช้กลอบายไว้
ั
ุ
ึ
ั
่
ส าหรบกฎหมายอาญาของไทย ซงจัดอยู่ในกล่มประเทศใช้กฎหมายระบบประมวลกฎหมาย
ึ
ุ
ิ
ั
ถงแม้จะไม่ได้บัญญัตความผิดในฐานลักทรพย์โดยใช้วิธการใช้กลอบายไว้โดยตรงก็ตาม แต่ก็มแนววินจฉัย
ี
ิ
ี
่
ของศาลตามแนวของศาลในระบบคอมมอนลอว์อยู่ตลอดมา ซงนักกฎหมายไทยได้พยายามค้นหา
ึ
่
ี
หลักเกณฑ์ทจะใช้มาเปนแนวทางในการแบ่งแยกความผิดฐานลักทรพย์กับฉ้อโกง โดยได้พิจารณาในเรอง
ั
่
ื
็
ื
ี
ั
ิ
ิ
กรรมสทธ์ ิ สทธครอบครองในทรพย์นั้นว่าผู้ยืนให้ซงทรพย์มเจตนาโอนกรรมสทธ์ ิหรอสทธครอบครอง
ึ
ั
ิ
ิ
ิ
่
ิ
่
ึ
ื
ี
ึ
่
่
หรอไม่ ซงจากการศกษาพบว่า แนววินจฉัยของศาลเกียวกับความผิดทั้งสองฐานน้ยังก่อให้เกิดความสับสน
ิ
ี
ี
่
ี
่
มาโดยตลอด ทั้งๆ ทหลักเกณฑ์ทใช้ในการแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างความผิดทั้งสองฐานน้ควรจะยุต ิ
ได้แล้ว ดังตัวอย่างเช่น
่
ึ
ี่
ในกรณค าพิพากษาศาลฎกา 1463/2503 ซงข้อเท็จจรงเปนเรองทจ าเลยใช้อบายหลอกลวงเพื่อให้
ิ
็
ื่
ี
ุ
ี
ื
ั
ั
ผู้รบฝากรถจักรยานส่งมอบรถจักรยานของผู้อนให้จ าเลย จนผู้รบฝากหลงเชอยอมมอบรถจักรยานให้จ าเลย
ื
่
่
ี
็
ไป อันควรจะเปนความผิดฐานฉ้อโกง แต่ศาลฎกากลับวินจฉัยว่าจ าเลยมความผิดฐานลักทรพย์โดยใช้กล
ิ
ั
ี
ี่
อบายหลอกลวง ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง หรอในกรณค าพิพากษาศาลฎกาท 2698/2554 ซงข้อเท็จจรงเปน
ิ
ุ
็
ี
ื
ี
ึ
่
ี
ื
เรองทจ าเลยเปนพนักงานของผู้เสยหายได้หลอกลวงผู้เสยหายว่า มลกค้าได้สั่งซ้อสนค้าโดยจ าเลยจะน าไป
ู
ิ
่
ี
ี
็
ี
ื
่
ี
็
ี
ู
ิ
ิ
ึ
สนค้าไปส่งให้โดยความเปนจรงไม่มลกค้า สั่งสนค้าแต่อย่างใด ซงศาลฎกาได้วินจฉัยว่าการทจ าเลยได้
่
ิ
่
ิ
ี
ี
ี
่
ั
็
่
ทรพย์ของผู้เสยหายไปเปนความผิดฐานลักทรพย์ เมอพิจารณาแล้วจะเหนว่า การทผู้เสยหายยินยอมส่งมอบ
ื
ั
ี
็
สนค้าให้จ าเลยเนองมาจากจ าเลยหลอกว่ามลกค้าสั่งซ้อสนค้า มใช่การแย่งกรรมสทธ์ ิไปโดยพลการ การ
ิ
ื
่
ู
ี
ื
ิ
ิ
ิ
็
ื
ี
ี
ึ
ั
กระท าของจ าเลยจงน่าจะเปนความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ใช่ลักทรพย์ หรอในกรณค าพิพากษาศาลฎกา 2 ฉบับ
็
ี
ึ
ิ
ิ
ี
่
่
ี
ต่อไปน้ วินจฉัยตรงข้ามกันทั้งๆ ทข้อเท็จจรงคล้ายคลงกันมาก คดทั้งสองเปนเรองทจ าเลยเข้ามาเตมน ้ามัน
ิ
่
ื
ี
ในป๊มของผู้เสยหายและไม่ช าระราคาน ้ามัน ในคดแรกปรากฏตามค าพิพากษาศาลฎกาท 2581/2529 ซงศาล
ึ
ี่
ี
ี
่
ั
ี
635

