Page 706 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 706
15
ุ
ุ
ุ
ี
ิ
พระราชบัญญัตระเบยบข้าราชการกรงเทพมหานครและบคลากรกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 ได้
ิ
ี
ุ
ิ
ิ
ิ
ั
ี่
บัญญัตรบรองสทธในกระบวนการยุตธรรมให้แก่ข้าราชการกรงเทพมหานคร ในกรณทข้าราชการ
ุ
่
ี
์
ุ
ื่
ุ
กรงเทพมหานครผู้ถกลงโทษทางวินัยทได้อทธรณค าสั่งลงโทษดังกล่าวต่อ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร เมอ
ู
ี
ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร มค าวินจฉัยประการใดแล้ว หากผู้อทธรณไม่เหนด้วยกับค าวินจฉัยดังกล่าว สามารถ
ุ
ุ
์
็
ิ
ิ
ใช้สทธฟองคดต่อศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่วันททราบหรอถอว่าทราบค าวินจฉัยดังกล่าว
ื
้
่
ี
ี
ิ
ิ
ื
ิ
ิ
ดังนั้น จะเหนได้ว่า ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร และ ก.พ.ค. มฐานะเปนคณะกรรมการวินจฉัยข้อ
็
ุ
ี
็
พิพาทตามนัยของพระราชบัญญัตจัดตั้งศาลปกครองและวิธพิจารณาคดปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การทกฎหมาย
ิ
ี
ี
่
ี
็
ิ
ิ
ก าหนดให้การใช้สทธอทธรณค าวินจฉัยของ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ไปยังศาลปกครองชั้นต้น ย่อมเปน
ิ
ุ
ุ
์
ี
็
ิ
ื
ิ
ี
ิ
การเลอกปฏบัตและไม่เปนไปตามพระราชบัญญัตจัดตั้งศาลปกครองและวิธพิจารณาคดปกครอง พ.ศ. 2542 ท ี่
ู
ก าหนดให้อยู่ในอ านาจการพิจารณาของศาลปกครองสงสด
ุ
5. ข้อเสนอแนะ
ิ
ุ
ี
ั
ิ
่
ี
ี
็
ผู้วิจัยเหนควรทจะมการปรบปรงแก้ไขเพิ่มเตมในพระราชบัญญัตระเบยบข้าราชการ
ุ
ุ
ุ
กรงเทพมหานครและบคลากรกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 และกฎ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ว่าด้วยการรอง
ุ
้
้
ื่
ุ
ุ
ิ
ทกข์และการพิจารณาวินจฉัยเรองรองทกข์ พ.ศ. 2555 ดังต่อไปน้ ี
1) ในพระราชบัญญัตระเบยบข้าราชการกรงเทพมหานครและบคลากรกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2554
ี
ุ
ิ
ุ
ุ
ึ
่
ี
่
มาตรา 32 วรรคหนง และวรรคสอง ทบัญญัตว่า
ิ
ื
ี
ุ
“ให้มคณะกรรมการคัดเลอกกรรมการ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ประกอบด้วยประธานศาล
ี
ึ
ปกครองสงสด เปนประธาน รองประธานศาลฎกาทได้รบมอบหมายจากประธานศาลฎกาหนงคน กรรมการ
่
ุ
ี
ี่
ู
็
ั
ก.ก. ผู้ทรงคณวุฒหนงคนซงได้รบเลอกโดย ก.ก. และให้หัวหน้าส านักงาน ก.ก. เปนกรรมการและ
ุ
่
ึ
็
่
ิ
ึ
ื
ั
ั
เลขานการ”ให้แก้ไขปรบปรงเพิ่มเตมเปน
ุ
ิ
็
ุ
ื
ุ
ี
“ให้มคณะกรรมการคัดเลอกกรรมการ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ประกอบด้วยประธานศาล
ุ
ปกครองสงสด เปนประธาน รองประธานศาลฎกาทได้รบมอบหมายจากประธานศาลฎกาหนงคน กรรมการ
ี
ั
ู
ี่
่
ึ
็
ี
่
ึ
ก.ก. ผู้ทรงคณวุฒหนงคนซงได้รบเลอกโดย ก.ก. และให้หัวหน้าส านักงานก.ก.เปนเลขานการ”
ุ
ื
ุ
่
ั
ึ
็
ิ
้
ุ
ุ
ุ
้
ิ
2) ในกฎ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ว่าด้วยการรองทกข์และการพิจารณาวินจฉัยเรองรองทกข์ พ.ศ. 2555 ข้อ
ื่
50 วรรคสอง ทบัญญัตว่า
ี
ิ
่
่
ิ
“ในกรณทองค์คณะวินจฉัยพิจารณาตามวรรคหนงแล้วเหนว่าข้อเท็จจรงทได้มาเพียงพอต่อการ
่
ี
่
ี
ิ
็
ึ
ี
วินจฉัยเรองรองทกข์นั้น ก็ให้ด าเนนการตามข้อ 51 ต่อไป”โดยให้ปรบปรงแก้ไขเพิ่มเตมเปน
็
ิ
ิ
ั
ุ
้
ื
่
ิ
ุ
ิ
่
“ในกรณทองค์คณะวินจฉัยพิจารณาตามวรรคหนง แล้วเหนว่าข้อเท็จจรงทได้มาเพียงพอต่อการ
ึ
่
ี
ี่
็
ิ
ี
ุ
่
ิ
ึ
่
ื
้
ิ
ื
ิ
วินจฉัยเรองรองทกข์นั้น ให้มค าสั่งก าหนดวันหนงวันใดเปนวันส้นสดการแสวงหาข้อเท็จจรงในเรองนั้น
ุ
็
ี
่
ให้องค์คณะวินจฉัยแจ้งให้ค่กรณทราบก าหนดวันส้นสดการแสวงหาข้อเท็จจรงล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ุ
ู
ิ
ิ
ี
ิ
687

