Page 705 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 705
14
้
ุ
ื่
ุ
ี
ิ
การพิจารณาเรองรองทกข์ของ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร เปนไปตามพระราชบัญญัตระเบยบ
็
ุ
ุ
ข้าราชการกรงเทพมหานครและบคลากรกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 ประกอบกฎ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร
ุ
ุ
้
ุ
ี
้
็
่
ิ
่
ุ
ิ
ึ
ว่าด้วยการรองทกข์และการพิจารณาวินจฉัยเรองรองทกข์ พ.ศ. 2555 และทแก้ไขเพิ่มเตม ซงเปนบทบัญญัต ิ
ื
่
ุ
ื
แห่งกฎหมายทก าหนดกระบวนการไว้เปนการเฉพาะ นอกจากน้ ีในการพิจารณาวินจฉัยเรองรองทกข์
็
ี
้
่
ิ
่
ิ
ื
ิ
ิ
ี
ื่
ิ
ดังกล่าวยังต้องถอปฏบัตตามพระราชบัญญัต วิธปฏบัตราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ด้วย เนองจาก
ิ
ี
ี
ิ
พระราชบัญญัตดังกล่าวเปนกฎหมายกลางทใช้กับวิธปฏบัตราชการทางปกครอง หากกรณทกฎหมายใด
ิ
ี
็
ี
่
ิ
่
ื
ิ
่
ิ
็
ี
ี
ี
ก าหนดวิธปฏบัตราชการทางปกครองไว้โดยเฉพาะและมหลักเกณฑ์ทประกันความเปนธรรมหรอม ี
่
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
่
มาตรฐานในการปฏบัตราชการต ากว่าหลักเกณฑ์ทก าหนดในพระราชบัญญัตน้ ก็จะต้องน าพระราชบัญญัตน้ ี
ไปใช้บังคับ อย่างไรก็ด กฎ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ฉบับน้ได้ก าหนดระยะเวลาพิจารณาทางปกครองไว้
ุ
ี
ี
ิ
ื
่
แต่มได้ก าหนดให้เจ้าหน้าทมอ านาจก าหนดระยะเวลาในการยืนเอกสารหลักฐานเพิ่มเตมหรอวันส้นสดการ
ิ
ี
่
ิ
ุ
ี
แสวงหาข้อเท็จจรงส าหรบการพิจารณาทางปกครองในกรณน้แต่อย่างใด การพิจารณาวินจฉัยเรองรองทกข์
ิ
ิ
ี
ี
ื่
ั
้
ุ
ี
่
ู
ี
ิ
ี
่
ทไม่มการก าหนดระยะเวลาในการยืนเอกสารเพิ่มเตม ส่งผลให้ค่กรณสามารถยืนเอกสารหลักฐานเพิ่มเตม
ิ
่
ั
่
ิ
ิ
่
ู
ื
ี
ได้อย่างไม่มเวลาจ ากัด และเมอค่กรณยืนเอกสารหลักฐานเพิ่มเตม องค์คณะวินจฉัยก็ต้องรบเอกสาร
ี
ึ
ี
็
ิ
ู
ิ
หลักฐานดังกล่าวเข้าส่การพิจารณาวินจฉัย ถงแม้ว่าจะมความเหนว่าข้อเท็จจรงเพียงพอต่อการพิจารณา
วินจฉัยแล้วก็ตาม
ิ
่
้
ุ
ี
็
ดังนั้น จะเหนได้ว่า การทกฎ ก.พ.ค. กรงเทพมหานคร ว่าด้วยการรองทกข์และการพิจารณา
ุ
ื
ื่
ิ
ิ
่
ี
้
้
ุ
วินจฉัยเรองรองทกข์ พ.ศ. 2555 ไม่ได้ก าหนดให้ผู้มอ านาจพิจารณาวินจฉัยเรองรองทกข์ก าหนดระยะเวลา
ุ
ิ
ื
ิ
ิ
ในการยืนเอกสารหลักฐานเพิ่มเตมหรอก าหนดวันส้นสดการแสวงหาข้อเท็จจรง ส่งผลให้เกิดการใช้สทธ ิ
่
ุ
ิ
ิ
ประวิงเวลา การใช้สทธอย่างไม่จ ากัด และท าให้การพิจารณาวินจฉัยต้องล่าช้าออกไป
ิ
ิ
ุ
3) ปญหาทางกฎหมายเกียวกับการอทธรณมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัตระเบยบข้าราชการ
์
ี
่
ิ
ั
ุ
กรงเทพมหานครและบคลากรกรงเทพมหานคร พ.ศ. 2554
ุ
ุ
ี
ี
ิ
พระราชบัญญัตจัดตั้งศาลปกครองและวิธพิจารณาคดปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 11 (1) ได้บัญญัตให้
ิ
ิ
ี
่
ู
ุ
ี
ศาลปกครองสงสดเปนศาลมอ านาจในการพิจารณาพิพากษาคดพิพาทเกียวกับค าวินจฉัยของคณะกรรมการ
็
ุ
ี
่
ู
วินจฉัยข้อพิพาทตามททประชมใหญ่ตลาการในศาลปกครองสงสดประกาศก าหนด ประกอบกับ
ุ
่
ุ
ี
ิ
ื
พระราชบัญญัตระเบยบข้าราชการพลเรอน พ.ศ. 2551 มาตรา 116 ได้บัญญัตรบรองสทธในกระบวนการ
ิ
ิ
ิ
ั
ิ
ี
์
ุ
่
ี
ู
ื
ิ
ยุตธรรมให้แก่ข้าราชการพลเรอน ในกรณทข้าราชการ พลเรอนผู้ถกลงโทษทางวินัยทได้อทธรณค าสั่งลงโทษ
ี
ื
ี
่
ิ
ิ
็
ี
ดังกล่าวต่อ ก.พ.ค. เมอ ก.พ.ค. มค าวินจฉัยประการใดแล้ว หากผู้อทธรณทไม่เหนด้วยกับค าวินจฉัยของ
ื
่
่
ี
์
ุ
ิ
ก.พ.ค. สามารถใช้สทธฟองคดต่อศาลปกครองสงสดภายใน 90 วันนับแต่วันททราบหรอถอว่าทราบค า
ื
ิ
่
ี
ู
ุ
้
ื
ี
ิ
วินจฉัยดังกล่าว
686

