Page 767 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 767
็
ู
ิ
ี
่
ิ
เพิ่มเตมบทบัญญัตเกียวกับความผิดมลฐานโดยการออกเปนพระราชบัญญัตจะท าให้ล่าช้าและมขั้นตอน
ิ
่
ี
ี
ี
ั
่
ึ
ื
ยุ่งยาก เพราะต้องผ่านรฐสภาและขั้นตอนต่างๆ อกมากมาย ซงหากมกรณความผิดทกระบกระเทอนต่อ
ี
ื
่
ี
ั
ึ
สังคมและเศรษฐกิจของประเทศเกิดข้น หรอรฐบาลมนโยบายทจะปราบปรามความผิดบางประเภทอย่าง
ี
์
ุ
เร่งด่วน ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ทันต่อเหตการณ
4. ขอเสนอแนะ
้
เพือให้การก าหนด “ความผิดมลฐาน” ตามพระราชบัญญัตปองกันและปราบปรามการฟอกเงน
ิ
่
้
ู
ิ
่
ี
พ.ศ. 2542 ในกรณทรฐต้องการแก้ไขเพิ่มเตมความผิดมลฐานคร้งต่อๆ ไป ไม่ก่อให้เกิดปญหากฎหมายอาญา
ี
ั
ั
ั
ิ
ู
ู
ึ
ั
้
เฟอ (Over Criminalization) และไม่ก่อให้เกิดปญหาช่องว่างแห่งกฎหมาย (Gap of Law) รวมถงถกต้อง
ี
ู
่
สอดคล้องกับรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 ทวางหลักให้รฐควรตรา
ั
ั
กฎหมายเฉพาะเท่าทจ าเปนเท่านั้น ผู้ศกษาใคร่ขอเสนอแนะดังน้ ี
ึ
ี
่
็
ิ
้
ั
1) ส าหรบพระราชบัญญัตปองกันและปราบปรามการฟอกเงน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 บทนยาม
ิ
ิ
ิ
ึ
ิ
ู
ุ
ุ
ของ“ความผิดมลฐาน” ในอนมาตรา (1) ถง (21) ให้ยังคงไว้ดังเดมโดยไม่ต้องยกเลกอนมาตราใดออกไป
ื
ู
เนองจากอนมาตราเหล่าน้ได้ถกตราข้นมาบังคับใช้มาระยะเปนเวลาหนงแล้ว ซงแต่ละอนมาตรานั้นล้วนม ี
ุ
ึ
่
่
ึ
ี
่
็
ุ
ึ
ิ
ความส าคัญและสอดคล้องกับหลักทผู้ศกษาได้ศกษามาแล้วในวิทยานพนธฉบับน้ กล่าวคอ เปนความผิดท ี ่
ี
ึ
ึ
์
่
ื
็
ี
ี
ี
ู
ผู้กระท าได้ผลตอบแทนเปนเงนหรอทรพย์สนทมมลค่าสง และเปนการกระท าความผิดอาญาทยากแก่การ
่
ิ
็
่
ั
ู
็
ื
ิ
ี
ื
ั
ื
ุ
ปราบปราม แม้ว่าความผิดเหล่านั้นจะมโทษทางอาญาทั้งโทษปรบ หรอจ าคก หรอทั้งจ าทั้งปรบ หรอ
ั
ี
ื
็
ี่
ี
่
ประหารชวิตก็ตาม ผู้กระท าความผิดต่างร่วมกันกระท าความผิดในลักษณะทเปนกระบวนการ ยากทจะสาว
ี
้
ื
ตัวไปถงผู้บงการหรอผู้อยู่เบ้องหลัง นอกจากน้ผลรายของความผิด จะมส่วนท าลายเศรษฐกิจและสังคม ทั้ง
ี
ึ
ี
ื
ในระดับชาตและระดับสากลเปนอย่างมาก
็
ิ
่
2) เนองจากกฎหมายว่าด้วยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงนได้ให้อ านาจเจ้าพนักงาน
ื
้
ิ
ิ
่
ุ
ิ
ในการยึด อายัด ตรวจค้น รบทรพย์สน ตลอดจนระงับการท าธรกรรมซงถอเปนเรองทกระทบต่อสทธและ
ิ
ั
ึ
ื่
ื
็
ี่
ิ
่
ี
ึ
ื
ั
ิ
ี
ิ
ื
ี
ิ
่
เสรภาพของประชาชน ทั้งในเรองของสทธในทรพย์สน เสรภาพในเคหสถาน เสรภาพในการสอสารถงกัน
ี
ี
ู
ี่
ิ
โดยชอบด้วยกฎหมาย และเสรภาพในการประกอบอาชพ ดังนั้น การทจะบัญญัตให้ความผิดมลฐานสามารถ
ิ
ี
ิ
ื
ู
ถกก าหนดหรอบัญญัตเพิ่มเตมได้โดยง่ายหรอมมากเกินไป ก็จะเปนการกระทบต่อสทธเสรภาพของ
็
ื
ิ
ิ
ี
ี
่
ประชาชน และเปนการออกกฎหมายในลักษณะทเปนกฎหมายอาญาเฟอได้เช่นกัน ซงไม่เปนผลดต่อการ
ี
้
็
็
็
่
ึ
ี
ี
่
ิ
ิ
ุ
ี
็
ี
ค้มครองสทธและเสรภาพของประชาชน และไม่เปนผลดต่อการบังคับใช้กฎหมายทมจ านวนมากเกินไปน้ ี
เช่นกัน
้
ึ
ึ
ิ
ุ
ด้วยเหตดังกล่าว ผู้ศกษาจงเหนควรบัญญัตให้พระราชบัญญัตปองกันและปราบปรามการฟอก
ิ
็
ู
เงน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 บทนยามของ “ความผิดมลฐาน” มอนมาตราท (22) เพิ่มข้นจากเดม โดยมเน้อหา
ุ
ิ
่
ี
ิ
ี
ึ
ื
ิ
ี
ี
่
่
ุ
ื
ี
ี
่
ื
ึ
้
ี
ี
ดังน้ “ความผิดอนใดทมโทษทางอาญาให้จ าคกอย่างสงตั้งแต่ 4 ปข้นไป หรออัตราโทษทรายแรงกว่า และ
ู
ี
ลักษณะของความผิดดังกล่าวจะก่อหรออาจก่อให้เกิดความเสยหายต่อเศรษฐกิจและสังคมเปนอย่างมาก
็
ื
7
748

