Page 826 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 826
8
ี
่
ื
ุ
ี
่
แต่ในกรณความผิดอกฉกรรจ์หรอความผิดเกียวกับความมั่นคงของประเทศทกระทบต่อความสงบเรยบรอย
้
ี
่
์
ิ
ิ
ุ
ึ
ิ
ื
ของสังคมแล้ว ผลประโยชนของชาตย่อมอยู่เหนอสทธส่วนบคคล ซงหมายความว่า แม้พยานหลักฐานท ่ ี
ี
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ั
ู
่
ี
ได้มานั้นจะได้มาโดยวิธการล่วงละเมดต่อสทธเสรภาพของประชาชนทมบัญญัตในรฐธรรมนญ ก็ย่อม
ึ
ั
็
ี่
สามารถทจะรบฟงเปนพยานหลักฐานและสามารถน ามาใช้ลงโทษจ าเลยผู้กระท าความผิดได้ ซงหากเปน
ั
็
่
้
้
ิ
ี
ี
ี
่
ุ
ความผิดทรายแรงและความรายแรงนั้นมผลกระทบต่อความมั่นคงของชาตก็อยู่ในดลพินจของศาลทจะน า
ิ
่
พยานหลักฐานนั้นมาใช้ประกอบการพิจารณาคดได้
ี
็
่
ี
ี
ี
่
็
ุ
ื
3. พื้นททมลักษณะส่วนตัว กล่าวคอ เปนพื้นทๆ บคคลใช้ท ากิจกรรมทมความเปนส่วนตัว
ี
ี
่
่
ี
ั
ไม่ประสงค์จะเปดเผยให้บคคลอนทราบ เช่น ห้องนอน ห้องน ้า นั้น ในการรบฟงพยานหลักฐานของศาลนั้น
ั
ุ
ื
่
ิ
ั
ี
ั
ี
็
ี
่
ี
่
ศาลจะต้องไม่รบฟงพยานหลักฐานทได้แสวงหามาจากพื้นทส่วนน้ เพราะ พื้นทส่วนน้ ถอว่าเปน พื้นท ่ ี
่
ื
ี
็
ี
Privacy Area ของบคคล ซงศาลต้องไม่รบฟงรบฟงพยานหลักฐานทได้จากยึด ค้น ส่วนน้ ี เพื่อเปนการ
ั
ั
ั
่
่
ุ
ึ
ั
่
ื
็
ู
ค้มครองข้อมลส่วนบคคล ซงเปนเรองส าคัญและเพือการค้มครองปองกันการรกล ้าชวิตส่วนตัวของผู้ถก
่
ุ
ู
ุ
ุ
้
ี
ุ
่
ึ
ิ
็
ึ
ื
์
ื
็
ิ
กล่าวหา การละเมดในสทธประโยชนในส่วนตัวหรอความเปนอยู่ในชวิตส่วนตัว จงถอว่าเปนการละเมด
ิ
ิ
ี
สทธความเปนส่วนตัวและศักด์ศรความเปนมนษย์ของผู้ถกกกล่าวหามากจนเกินไป เพราะศาลนั้นมหน้าทๆ
ิ
ุ
ี
่
ู
ิ
ิ
ี
็
็
ี
จะต้องค้มครองสทธและเสรภาพของประชาชนตามทรฐธรรมนญได้บัญญัตให้ความค้มครองไว้
ู
ุ
ี
ิ
ิ
ุ
ั
ี่
ิ
ิ
ุ
ี
ี
ึ
ดังนั้น จงขอเสนอให้มการแก้ไขปรบปรงบทบัญญัตในประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความ
ั
ั
อาญาเพื่อให้เปนการเปดกว้างในการพัฒนาหลักการไม่ยอมรบฟงพยานหลักฐานและศาลสามารถจะน า
ิ
ั
็
ี
หลักการน้มาใช้ได้อย่างสะดวกชัดเจนยิ่งข้น โดยเสนอให้น าหลักการของเยอรมนทน่าสนใจน ามาปรบใช้
ึ
ี
ี
ั
่
ึ
ิ
ุ
ี
ิ
ิ
ั
ได้แก่ การไม่รบฟงพยานหลักฐานทได้มาโดยการล่วงละเมดสทธส่วนบคคล (Verhaltismassigkeit) ซงมี
ั
่
่
วัตถประสงค์เพื่อค้มครองสทธเสรภาพของประชาชน โดยเปนการเปดโอกาสให้ศาลใช้ดลพินจ คอ การชั่ง
ิ
ิ
ี
ุ
ิ
ิ
ื
ุ
ุ
็
ุ
็
น ้าหนักระหว่างสัดส่วนความรนแรงของความผิดและความน่าสงสัยว่าจ าเลยเปนผู้กระท าความผิดกับ
ิ
ิ
ิ
สัดส่วนความส าคัญของสทธเสรภาพแห่งเอกชนโดยหลักน้เปนเรองของความเหมาะสม เมอสทธส่วนบคคล
ุ
ิ
ี
็
ื
่
ื
่
ี
ั
ั
ั
ิ
ู
ึ
่
ของจ าเลยถกละเมดโดยเจ้าพนักงานของรฐซงก็ไม่ได้หมายความว่า พยานหลักฐานดังกล่าวจะรบฟงไม่ได้
ิ
ี
ิ
ิ
ื่
ุ
ิ
ิ
ิ
โดยอัตโนมัต หลักในเรองสทธส่วนบคคลจะมน ้าหนักเหนอประสทธผลในกระบวนการยุตธรรมทางอาญา
ื
ุ
เฉพาะกรณความผิดเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในกรณความผิดอกฉกรรจ์หรอความผิดเกียวกับความมั่นคงของ
ี
่
ื
ี
ื
ี
์
ิ
้
ประเทศทกระทบต่อความสงบเรยบรอยของสังคมแล้ว ผลประโยชนของชาตย่อมอยู่เหนอสทธส่วนบคคล
ี
ุ
่
ิ
ิ
ิ
ึ
่
ี
ซงหมายความว่าแม้ว่าพยานหลักฐานทได้มานั้นจะได้มาโดยวิธการล่วงละเมดต่อสทธเสรภาพของ
ี
ี
่
ิ
ิ
ี
ประชาชนทมบัญญัตในรฐธรรมนญ ก็ย่อมสามารถทจะรบฟงเปนพยานหลักฐานและสามารถน ามาใช้
ี่
ี่
็
ั
ู
ั
ิ
ั
้
ี่
้
ลงโทษจ าเลยผู้กระท าความผิดได้ ซงหากเปนความผิดทรายแรงและความรายแรงนั้นมผลกระทบต่อความ
่
ึ
ี
็
ุ
่
ิ
ี
มั่นคงของชาตก็อยู่ในดลพินจของศาลทจะน าพยานหลักฐานนั้นมาใช้ประกอบการพิจารณาคด ี
ิ
807

