Page 824 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 824
6
่
ี
10
ึ
่
ททกประเทศควรจะใช้หลักการทั้งสองน้ควบค่กันไปไม่เน้นหนักไปทางด้านใดด้านหนง
ุ
ู
ี
็
ั
ุ
ู
ุ
ิ
ั
ั
กล่าวโดยสรป จะเหนได้ว่าค าพิพากษาส่วนใหญ่ของศาลสงสดสหรฐอเมรกาจะไม่รบฟงเฉพาะ
พยานหลักฐานทได้มาโดยมชอบและผลไม้ของต้นไม้พิษเท่านั้น แสดงว่าถ้าเปนพยานหลักฐานทชอบด้วย
่
ิ
่
็
ี
ี
ุ
ุ
ั
กฎหมายทกประเภท ศาลสงสดสหรฐอเมรกาจะรบฟงพยานหลักฐานนั้นทั้งหมด โดยทไม่ได้มการเลอก
ิ
ื
่
ี
ี
ู
ั
ั
ู
ั
ิ
ี
ั
ู
ุ
ั
ุ
พยานหลักฐาน เช่น ข้อมลส่วนบคคล ถ้าศาลสงสดสหรฐอเมรการบฟงพยานหลักฐานหลักฐานประเภทน้จะ
ิ
็
่
ั
ิ
ุ
ุ
ี
เปนการกระทบต่อสทธเสรภาพของบคคลตามทกฎหมายรฐธรรมนญค้มครองมากจนเกินไป ซงศาลสงสด
ึ
ุ
ู
่
ี
ู
ิ
่
ี
ิ
ั
ิ
ี
ั
ี
ั
ี
่
สหรฐอเมรกาควรทจะไม่รบฟงพยานหลักฐานทเปนการกระทบสทธเสรภาพน้ เพราะศาลนั้นมหน้าทๆ
ี
ี
่
็
ิ
จะต้องค้มครอง สทธและเสรภาพของประชาชนนั่นเอง
ี
ิ
ุ
ั
2.2 ประเทศสหพันธสาธารณรฐเยอรมน ี
์
ั
การไม่รบฟงพยานหลักฐานตามหลักกฎหมายรฐธรรมนญแห่งสหพันธรฐเยอรมนเปน
ู
ี
ั
ั
็
ั
ิ
ี
็
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
ิ
หลักประกันสทธเสรภาพอันค้มครองสทธแห่งความเปนมนษย์ (มาตรา 1) สทธในการพัฒนาบคลกภาพของ
ุ
ุ
ิ
ี
ตนเอง (มาตรา 2) สทธรกษาความลับในการไปรษณย์และการสอสาร (มาตรา 10) และสทธในเคหสถานแห่ง
ิ
ั
ิ
ิ
ิ
ื
่
ั
็
ิ
ี
่
็
ั
ตน (มาตรา 13) ศาลจะไม่รบฟงพยานหลักฐานเฉพาะทเหนว่ารบฟงแล้วเปนการละเมดหลักพื้นฐานแห่ง
ั
ั
ั
รฐธรรมนญ 2 ข้อ คอ Rechtssaatsprinzip และ Verhältnismässigket ซงเปนกฎเกณฑ์ในการออกหมายค้นและยึด
่
็
ึ
ู
ื
ื
ี่
ุ
Rechtssaatsprinzip นั้นห้ามเจ้าหน้าทต ารวจท าการยึดวัตถพยานหรอสอบถามค าให้การพยาน
โดยการขู่เข็ญหรอหลอกลวงกับบังคับให้มหมายค้นส าหรบความผิดบางประเภท ซงศาลจะไม่รบฟง
ึ
ั
ั
ั
ื
ี
่
พยานหลักฐานใดก็ตามทได้มาโดยการฝาฝนหลักเกณฑ์พื้นฐานน้อย่างเดดขาด แม้หลักเกณฑ์จะดเข้มงวด
่
ี่
็
ู
ี
ื
ู
แต่ศาลเยอรมนีพิจารณาการค้นและการยึดแยกออกจากกัน คอ การยึดนั้นถ้าฝาฝนกฎหมายรฐธรรมนญจะท า
่
ั
ื
ื
ให้พยานหลักฐานนั้นรบฟงไม่ได้โดยตรง ส่วนพยานหลักฐานทได้มาโดยการค้นทฝาฝนกฎหมาย
่
ี
่
ื
ี
ั
่
ั
ื
่
ั
ั
รฐธรรมนญหรอโดยการฝาฝนกฎหมายวิธพิจารณาความอาญานั้นยังจะสามารถรบฟงได้
ู
ี
ื
ั
ุ
ิ
ื
ต่างกับ Verhältnismässigket ซงเปดโอกาสให้ศาลใช้ดลพินจ คอ ชั่งน ้าหนักระหว่างสัดส่วนความ
ิ
ึ
่
ี
็
ุ
ิ
ิ
รนแรงของความผิดและความน่าสงสัยว่าจ าเลยเปนผู้กระท าความผิด กับสัดส่วนความส าคัญของสทธเสรภาพ
แห่งเอกชน Rechtssaatsprinzip ม่งรกษาความบรสทธ์ ิของกระบวนการยุตธรรม แต่ Verhältnismässigket เปน
ั
ิ
ุ
็
ุ
ิ
ุ
ิ
ิ
่
ื
ื
่
ู
ิ
ั
เรองของความเหมาะสม เมอสทธส่วนบคคลของจ าเลยถกละเมดโดยเจ้าพนักงานของรฐ ไม่ได้หมายความว่า
ิ
ิ
ั
ื
พยานหลักฐานดังกล่าวจะรบฟงไม่ได้โดยอัตโนมัต สทธส่วนบคคลมน ้าหนักเหนอกรณความผิดเล็กๆ น้อยๆ
ิ
ั
ี
ุ
ี
เท่านั้น แต่ในกรณความผิดอกฉกรรจ์หรอเกียวกับความมั่นคงของประเทศ ผลประโยชนของชาตย่อมอยู่เหนอ
่
ี
ิ
ุ
์
ื
ื
ิ
ุ
สทธส่วนบคคล
ิ
ิ
ิ
ึ
ิ
ี่
ี
ี
ี
10 จันทมา โรจนสโรช, “พยานหลักฐานทได้มาโดยมชอบ : ศกษาเปรยบเทยบระหว่างค าพพากษาฎกาก่อนบัญญัต ิ
มาตรา 226/1 กับผลของมาตรา 226/1”.(สารนพนธ์มหาบัณฑต คณะนตศาสตร มหาลัยธรกิจบัณฑต,2557), หน้า 58
ิ
ิ
ิ
ุ
ิ
ิ
์
805

