Page 935 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 935

4


                                                                                  2
                      ิ
               ความจรง เพราะจ าเลยแต่ละคนตกอยู่ในอทธพลของความกลัวและความหวัง  ( influence of fear or hope)
                                                   ิ
                                                      ิ
                                                                                 ่
                 ื
                                                                                     ี
                                                                                 ี
                                                               ่
                                                            ิ
                                                               ี
                                                                    ึ
                         ี
               คอ จ าเลยมความกลัวว่าถ้าตนให้การไปตามความจรงทเกิดข้นในความผิดทตนมส่วนร่วมด้วย ตนจะต้อง
                                      ิ
                                                                                  ็
                   ั
                                                                                ่
               ได้รบโทษ และอยู่ในอทธพลของความหวัง คอ จ าเลยหวังว่าถ้าตนให้การทเปนเท็จ หรอถ้าตนให้การซัด
                                                       ื
                                                                                ี
                                   ิ
                                                                                          ื
               ทอดว่าคนอนท าผิดก็อาจท าให้ตนเองได้รบโทษน้อยลงหรอพ้นโทษได้ ฉะนั้นแล้วผู้ทมส่วนรเหนเปนใจใน
                                                                                                ็
                                                                                         ี
                                                                                       ่
                         ่
                                                                ื
                         ื
                                                                                                   ็
                                                                                              ้
                                                  ั
                                                                                       ี
                                                                                              ู
                                                                                       ี
                                                                                              ่
               การกระความผิดด้วยกันกับจ าเลย โจทก์จะอ้างผู้นั้นเปนพยานให้การเอาผิดจ าเลยอกคนหนงไม่ได้ ดังนั้น
                                                                                              ึ
                                                              ็
               ค าให้การของจ าเลยจงไม่น่าเชอถอ เพือตัดปญหากฎหมายจงห้ามโจทก์อ้างจ าเลยเปนพยาน
                                           ื
                                                                 ึ
                                               ่
                                         ่
                                                    ั
                                 ึ
                                         ื
                                                                                           3
                                                                                    ็
                                                      ็
                         เดมข้อห้ามมาตรา 232 มความเหนแตกต่างกันออกเปน 2 แนวทาง คอ แนวทางแรกเหนว่า
                           ิ
                                                                                                      ็
                                                                                      ื
                                               ี
                                                                        ็
                                ี
                                                    ็
                                                                                               ็
                                                                         ็
               บทบัญญัตมาตราน้ ห้ามโจทก์อ้างจ าเลยเปนพยานเท่านั้น แต่หากเปนกรณทจ าเลยสมัครใจเปนพยานของ
                                                                               ี
                                                                                 ี
                         ิ
                                                                                 ่
                                                                                       ุ
                ่
               ฝายตน ค าให้การของจ าเลยในฐานะพยาน ศาลย่อมน ามาใช้ได้ ไม่ว่าในทางเปนคณหรอเปนโทษกับตัว
                                                                                    ็
                                                                                              ็
                                                                                           ื
                                                                                                  ี
                                                                    ็
                                                                                         ุ
                                                                                               ิ
                                                         ี
                                                  ี่
                                                             ิ
                                                          ิ
                          ื่
               จ าเลยเอง เนองจากความในมาตรา 233 ทจ าเลยมสทธอ้างตนเปนพยานได้ย่อมสนับสนนแนวคดน้ โดยศาล
               สามารถน าค าให้การของจ าเลยในฐานะพยานมาใช้ในการพิจารณาคดได้ เพราะความตอนท้ายของมาตรา
                                                                           ี
               233 ระบถงค าให้การทอาจมผลเสยกับฝายจ าเลยด้วยกันเอง ก็ไม่มข้อห้ามทศาลจะรบฟงถ้อยค าของจ าเลยท ี ่
                                                                       ี
                                                                                      ั
                                                 ่
                        ึ
                                            ี
                                   ี
                                                                               ี
                       ุ
                                   ่
                                                                                         ั
                                                                               ่
                                       ี
                                                     ็
               อ้างตนเองเปนพยาน ส่วนแนวทางทสอง เปนไปตามแนวค าพิพากษาของศาลทเหนว่า การทกฎหมายห้าม
                          ็
                                                                                              ี
                                                                                              ่
                                                                                   ่
                                                                                     ็
                                                                                   ี
                                              ่
                                              ี
                                                        ึ
               โจทก์อ้างจ าเลยเปนพยาน ย่อมหมายความรวมถง การห้ามโจทก์อ้างค าให้การของจ าเลยทตอบค าถามค้าน
                                                                                            ่
                                                                                            ี
                              ็
                         ี
                         ่
                           ็
               ของโจทก์ทเปนผลรายต่อตัวจ าเลยทเปนพยานด้วย
                                ้
                                              ่
                                                          4
                                              ี
                                               ็
                         เมอมพระราชบัญญัตแก้ไขเพิ่มเตมประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความอาญา (ฉบับท 28) พ.ศ.
                                           ิ
                                                                                                  ี่
                              ี
                                                                         ี
                                                      ิ
                           ่
                           ื
               2551 เพิ่มเตมมาตรา 233 ความว่า “ในกรณทจ าเลยเบกความเปนพยาน ค าเบกความของจ าเลยย่อมใช้ยันตัว
                                                                                ิ
                          ิ
                                                            ิ
                                                                    ็
                                                     ่
                                                    ี
                                                     ี
                                                                             ่
                                              ิ
               จ าเลยนั้นได้ และศาลอาจรบฟงค าเบกความนั้นประกอบพยานหลักฐานอนของโจทก์ได้” กรณทจ าเลยอ้าง
                                                                                                ี
                                                                             ื
                                                                                                 ี่
                                         ั
                                      ั
                       ็
                                                                                  ื
               ตนเองเปนพยานโจทก์ ค าเบกความของจ าเลยสามารถยันเอาผิดจ าเลยได้หรอไม่นั้น พิจารณาแล้วไม่ม    ี
                                         ิ
                                                                    ็
                        ิ
                                         ิ
                                               ั
                                                                                                   ื
               บทบัญญัตของกฎหมายห้ามมให้รบฟง หากจ าเลยอ้างตนเองเปนพยานแล้วค าให้การนั้นซัดทอดหรอท าให้
                                            ั
               จ าเลยคนอนได้รบความเสยหาย จ าเลยสามารถซักค้านได้ ดังนั้น ค าให้การของจ าเลยสามารถรบฟงได้ อัน
                                                                                                   ั
                             ั
                        ่
                        ื
                                      ี
                                                                                                ั
                                               ิ
                 ็
                              ี่
                            ิ
                                                                  ิ
               เปนการบัญญัตทสอดคล้องกับแนวคดแรก เพราะให้น าค าเบกความของจ าเลยในฐานะพยานมาใช้ยันจ าเลย
                                                                       5
               ได้ คอ ค าเบกความของจ าเลยอาจถกใช้เปนโทษกับตัวจ าเลยเองได้
                                                  ็
                    ื
                                            ู
                          ิ

               2  คนง ฦาไชย, กฎหมายวิธพิจารณาความอาญา เล่ม 2, พมพ์คร้งท 9 (กรงเทพมหานคร :  ส านักพิมพ์วิญญูชน, 2561), น.
                   ึ
                                                               ่
                                                                   ุ
                                                        ิ
                                                             ั
                                                               ี
                                   ี
               285-286.
                                                                                                ุ
               3  ธาน สงนาท, ค าอธบายพยานหลักฐานคดแพ่งและคดอาญา, พมพ์คร้งท 16 (กรงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์กรงสยาม พับ
                              ิ
                                               ี
                                                       ี
                                                                    ่
                    ี
                     ิ
                                                                          ุ
                                                                    ี
                                                              ิ
                                                                  ั
                ิ
                   ิ
               ลชช่ง, 2562), น.324.
                                                                   ่
                                                                   ี
                                                                       ุ
                                ิ
                                                            ิ
                                                                 ั
                     ั
               4  อุดม รฐอมฤต, ค าอธบายกฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน, พมพ์คร้งท 6 (กรงเทพมหานคร : โครงการต าราและเอกสาร
               ประกอบการสอน คณะนตศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2558), น. 232.
                                                           ์
                                   ิ
                                        ์
                                  ิ
                                                            ่
                               ิ
                                                      ิ
                                                          ั
               5 เข็มชัย ชตวงศ์, ค าอธบายกฎหมายลักษณะพยาน, พมพ์คร้งท 9 (กรงเทพมหานคร : ส านักอบรมศกษากฎหมายแห่งเนต ิ
                      ุ
                        ิ
                                                            ี
                                                                 ุ
                                                                                       ึ
               บัณฑตยสภา, 2557), น. 295.
                    ิ
                                                           916
   930   931   932   933   934   935   936   937   938   939   940