Page 936 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 936
5
ี
การทกฎหมายห้ามโจทก์อ้างจ าเลยเปนพยานในคดนั้น รวมไปถงการห้ามโจทก์อ้างผู้ทร่วม
็
ึ
ี
่
่
ี
็
ี
กระท าความผิดในคดเดยวกันแต่ไม่ได้ถกฟองเปนจ าเลยด้วยหรอไม่ แนวค าพิพากษาส่วนใหญ่ เหนตรงกัน
ี
ื
็
ู
้
ี
่
็
ี
ี
ว่ากรณเช่นน้ ีย่อมท าได้เพราะกฎหมายห้ามโจทก์อ้างจ าเลยในคดเดยวกันเปนพยานฝายโจทก์ ดังนั้น
็
้
ี
่
ู
่
ผู้กระท าความผิดทไม่ได้ถกฟอง โจทก์ย่อมอ้างเปนพยานฝายตนได้
ี
่
ี
พยานทเคยเปนจ าเลยร่วมซงได้แยกฟองเปนคดใหม่ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 232 เช่น ทศาลฎกา
ี
่
ึ
้
ี
็
็
่
ี่
ี
ึ
่
ตัดสนไว้ ค าพิพากษาฎกาท 810-813/2540 แม้ค าให้การของ ส. ล. จ. และ ศ. ทพาดพิงถงจ าเลยว่า ได้ร่วมกับ
ิ
ี
ื
ี
่
ี
ุ
ิ
็
นาง ท. หรอ ป. จัดท าหลักฐานอันเปนเท็จเกียวกับการเบกค่ารกษาพยาบาลให้แก่บคคลทั้งสนั้น มลักษณะ
ั
่
ี
ิ
ั
ี
ิ
ุ
่
เปนการซักทอด แต่ก็มใช่ว่าจะรบฟงไม่ได้เสยทเดยว ทั้งบคคลทั้งสก็มใช่จ าเลยในคดน้จงมใช่การซักทอด
ี
ี
ั
็
ิ
ี
ี
ึ
ึ
ี
ี
่
็
ุ
ี
ิ
ุ
ี
จ าเลยในคดเดยวกัน โจทก์จงอ้างบคคลดังกล่าวมาเปนพยานในคดน้ได้ และค าเบกความของบคคลทั้งสใน
ี
ั
ิ
็
ั
ฐานะพยาน ชั้นศาลก็ไม่ต้องห้ามมให้รบฟงเปนพยานหลักฐาน เพราะพยานมาเบกความด้วยตนเองโดยตรง
ิ
ต่อศาล หาใช่พยานบอกเล่าแต่อย่างใดไม่
็
2. วิเคราะหเปรยบเทียบกฎหมายหลักหามโจทกอางจ าเลยเปนพยานตามกฎหมายไทยและ
ี
์
้
้
์
่
กฎหมายตางประเทศ
หลักการพิสจนข้อเท็จจรงในคดอาญาจ าเลยจะได้รบการสันนษฐานว่าเปนผู้บรสทธ์ ิ เปนหน้าท ี่
็
ิ
ี
ิ
ิ
ู
็
ุ
์
ั
ี
็
ู
์
่
ของโจทก์ทจะน าพยานหลักฐานมาพิสจนจนปราศจากข้อสงสัยว่าจ าเลยเปนผู้กระท าความผิด ดังนั้น จ าเลย
ี
ื
ี
่
่
ไม่มหน้าททจะต้องน าพยานมาสบหรอจะให้การปฏเสธฟองของโจทก์ก็ได้ โจทก์ไม่สามารถบังคับเอา
ิ
ี
้
ื
์
่
ู
หลักฐานในการพิสจนความผิดของจ าเลย จงไม่สามารถอ้างจ าเลยเปนพยานฝายตนได้ หรอบังคับให้จ าเลย
ื
็
ึ
ื
ิ
ให้การหรอเสนอพยานหลักฐานต่อศาลได้ เพราะไม่มบทบัญญัตกฎหมายทบังคับให้จ าเลยให้การหรอต้อง
ี
่
ี
ื
ึ
่
็
ู
น าสบพยานของตน ผู้ถกกล่าวหาจงไม่จ าเปนทจะตอบค าถามตามข้อกล่าวหาตลอดกระบวนการพิจารณาคด ี
ื
ี
ี
็
ี
่
ี
ิ
ดังนั้น จ าเลยอาจวางเฉยในการร่วมค้นหาความจรงในการพิจารณาคดได้ เพราะเปนหน้าทของโจทก์ทจะน า
่
ี
ึ
่
่
พยานมาพิสจนจนปราศจากสงสัยว่า จ าเลยเปนผู้กระท าความผิด ซงเปนส่วนทส าคัญของกฎหมายวิธ ี
็
็
์
ู
ู
ิ
์
พิจารณาความอาญา โดยผู้ถกกล่าวหาและจ าเลยมสทธและเสรภาพอย่างสมบรณตามกฎหมาย โดยสทธของ
ิ
ิ
ี
ู
ี
ิ
ี
ู
่
ี
ิ
ิ
ื
ิ
ผู้ถกกล่าวหาและจ าเลยในทางอยู่เฉย หรอสทธในทางไม่กระท า คอ สทธทจะตัดสนใจในคดด้วยตนเอง
ิ
ิ
ื
ี
ี
ี
6
ทั้งน้ในชั้นพิจารณาคดกฎหมายก็ให้สทธแก่จ าเลยทจะอยู่เฉยหรอไม่ให้การก็ได้เช่นเดยวกัน
ิ
ิ
ี
่
ื
เพือประกันสทธทจะให้การหรอไม่ให้การของจ าเลยในชั้นศาล ผู้ถกกล่าวหาและจ าเลยจงไม่ม ี
ื
ิ
่
ิ
ู
่
ี
ึ
ี
ความจ าเปนหรอไม่อาจถกบังคับให้กระท าการอันเปนการร่วมค้นหาข้อเท็จจรงทเกิดข้นในคด เพราะฉะนั้น
็
ึ
่
ิ
ื
ู
็
ี
ิ
การน่งเฉยไม่กระท าการใดๆ (inaction) ของผู้ถกกล่าวหาและจ าเลยจงไม่สามารถน าไปใช้ในการชั่งน ้าหนัก
ึ
ู
็
พยานหลักฐาน โดยไม่ต้องพิจารณาว่าการน่งเฉยของผู้ถกกล่าวหาและจ าเลยจะแสดงให้เหนถงข้อเท็จจรงใด
ู
ึ
ิ
ิ
และหากข้อเท็จจรงนั้นมความส าคัญในเชงพยานหลักฐานมากน้อยแค่ไหนก็ตาม การทผู้ถกกล่าวหาและ
ิ
ิ
ู
ี
่
ี
,
ู
6 คณต ณ นคร, “ฐานะผู้ถกกล่าวหาในคดอาญา ” บทบัณฑตย์, เล่ม 42, ปท 2, น. 10-14 (มถุนายน, 2529).
ิ
ี
ี่
ี
ิ
ิ
917

