Page 938 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 938
7
่
ื
ี
ั
เปนทยอมรบว่าเมอผู้กระท าผิดได้แยกการด าเนนคดออกจากกันแล้ว แต่ละคนสามารถทจะเปน
ี
ิ
็
่
ี
่
็
้
่
่
ื
ี
้
พยานในการฟองรองคดของผู้ร่วมกระท าผิดอนทแยกฟองไปแล้วได้ แต่อย่างไรก็ตามได้มการคัดค้านใน
ี
ี
้
ื
ี
่
่
่
ื
ี
็
ึ
่
ี
เรองน้ ีอยู่มาก โดยกรณเช่นน้ ีจะท าให้เกิดการกล่าวหาซงกันและกันอกทั้งเปนเรองทขัดต่อหลักการ
ี
ื
ี
ด าเนนคดต่างๆ ตามหลักทว่าจ าเลยไม่สามารถทจะมาเปนพยานยันจ าเลยอนในการพิจารณาคดได้ไม่ว่าจะ
่
่
่
ิ
ี
ี
็
ื
ุ
้
ี
่
์
ี
ุ
้
็
เปนการแยกฟองหรอการฟองรวมกัน แต่ในทสดแล้วศาลอทธรณคดอาญา (Court of Criminal Appeal) ก็ได้
ั
ั
ื
็
ี
้
้
วางหลักว่าไม่ควรรบฟงค าให้การของผู้ร่วมกระท าผิดหรอห้ามมาเปนพยานในคดใดๆ จนกว่าการฟองรอง
็
ึ
ี
ี
่
ี
ี
่
ี
คดของเขานั้นจะปรากฏเปนทแน่ชัดว่าจะไม่มการพิจารณาทเปนปฏปกษ์ต่อเขาอกต่อไป จงเปนทเข้าใจว่า
ี
ั
็
่
ิ
็
ี
่
ั
ื
ึ
หมายถงกรณทการพิจารณาคดส าหรบผู้กระท าผิดนั้นได้ยุตลงอย่างแท้จรงคอได้รบการยกฟองหรอศาล
ั
ิ
ื
ี
้
ิ
ี
พิพากษาลงโทษแล้ว
็
่
้
้
์
3. กฎหมายตางประเทศเกี่ยวกับหลักหามโจทกอางจ าเลยเปนพยาน
็
ี
็
ึ
ื่
ในหัวข้อน้ ีจะได้กล่าวถงหลักการอ้างจ าเลยเปนพยานในคดอาญา โดยแบ่งออกเปน 2 เรอง
ด้วยกันคอ การอ้างจ าเลยเปนพยานและการถามค้านจ าเลยในกฎหมายต่างประเทศ อันได้แก่ ประเทศอังกฤษ
ื
็
ประเทศสหรฐอเมรกา และประเทศเยอรมันดังต่อไปน้ ี
ิ
ั
3.1 ประเทศอังกฤษ
็
จ าเลยสามารถอ้างตนเปนพยานได้ ตามความสมัครใจของจ าเลย แต่หากจ าเลยปฏเสธไม่อ้าง
ิ
ึ
ู
็
ิ
ตนเองเปนพยานคณะลกขุนก็จะมอคตคดว่าจ าเลยเปนผู้กระท าผิด โดยจ าเลยต้องอธบายให้ได้ถงการไม่อ้าง
ิ
ี
็
ิ
็
์
ตนเองเปนพยาน แต่เพือปองกันไม่ให้โจทก์น าเอาสถานการณทจ าเลยไม่ให้การน้มาเปนประโยชนแก่ฝาย
ี
่
่
้
ี
่
็
์
โจทก์เอง จงมการบัญญัตห้ามการกระท าดังกล่าว
ี
ึ
ิ
ี
ั
่
ื
ในการพิจารณาคดอาญานั้นค ารบสารภาพของผู้ต้องหาหรอจ าเลยทร่วมกระท าผิดทได้ให้การว่า
่
ี
ี
็
ตนได้กระท าผิดทั้งหมดหรอได้กระท าผิดในบางส่วนของความผิดนั้น ย่อมถอว่าเปนพยานหลักฐานทดทสด
ื
ี
ื
่
ี
ุ
่
ี
ั
ี
แต่ค าให้การของผู้ร่วมกระท าผิดด้วยกันแล้วกฎหมายให้ความส าคัญต่อค ารบสารภาพน้มาก เพราะค าให้การ
่
ึ
รบสารภาพนั้นจะไปพาดพิงถงผู้กระท าผิดคนอน
ั
ื
9
ตามกฎหมายอังกฤษนั้นจะเอาตัวผู้ร่วมกระท าผิดมาเปนพยานไม่ได้ เพราะค าให้การของผู้ร่วม
็
็
กระท าผิดจะเปนการซัดทอดกันระหว่างผู้กระท าผิดด้วยกันเองเพือให้ตนไม่ต้องรบโทษหรอได้รบโทษ
ื
ั
่
ั
ี
ื
่
ิ
ื
่
น้อยลงจากเดมโดยการโยนความผิดให้คนอน เพราะมนษย์ทั่วไปย่อมต้องพยายามหรอหาวิธการต่างๆ เพือ
ุ
ิ
ี
่
ื
ุ
่
ี
ี
ั
ท าให้ตนพ้นภัยไม่ต้องมความผิดมากทสด ในการพิจารณาคดอาญาเองก็ได้ยอมรบหลักความจรงในเรองน้ ี
่
ิ
ั
ิ
ิ
ี
่
ดังนั้นจงได้เกิดหลักเรองสทธทจะไม่ให้การทเปนปฏปกษ์ต่อตนเอง (The Privilege against self-
ื
ี
็
่
ึ
incrimination)
10
9 John Henry Wigmore, Wigmore on Evidence, Brown and Company, 1961, p. 238.
10
Charles T. Mc Cormick, Mc Cormick on Evidence, (Handbook Series) West Publishing Co. 1972, p. 304.
919

