Page 13 - เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
P. 13

7

            เพลงชาวบ้าน
                                                                                    ้
            รวมรวบคติและความเชื่อของชาวบ้านบทร้องมักจะสั้นยิ่งถ้าผู้รับการถ่ายทอดจดจ าไม่ไดเนื้อความก็จะขาดหายไป
            เพลงจะเหลือเท่าที่จ าได้แต่ถ้าผู้รับการถ่ายทอดมีความสามารถก็อาจประดิษฐ์บทร้องให้ยาวขึ้นหรือสละสลวยขึ้นได้

            ไม่สามารถทราบได้ว่าใครเป็นผู้แต่งเพราะอาศัยการสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนจึงไม่สามารถทราบอายุ หรือเวลา
            ที่แต่งเพลงกล่อมเด็กได้เพลงเดียวกันอาจผิดเพี้ยนกันไปบ้าง จากส านวนภาษาของแต่ละถิ่น การจดจ า ปฏิภาณ

            ความเข้าใจของผู้กล่อมเด็ก บางครั้งเพลงเดียวกัน คนกล่อมคนเดียวกัน ให้ร้องกล่อม 2 ครั้ง ก็อาจกล่อมไม่เหมือนกัน
            บางครั้งถ้าผู้กล่อมไม่เข้าใจค าศัพท์ในเนื้อเพลง ก็อาจเปลี่ยนค าใหม่ เพื่อให้เข้าใจความหมาย

            จึงท าให้เนื้อเพลงผิดเพี้ยนกันไป
                                                                              (ปัทมาวรรณ ศรีวิชัย 2015:ออนไลน์)

                                              ิ
            ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กเกิดขึ้นจากชีวตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเริ่มต้นขึ้นในครอบครัวโดยพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่
            คนใดคนหนึ่งที่เลี้ยงดูเด็กเป็นผู้คิดค าร้องใช้เห่กล่อมลูกหลานของตนภายในบ้านก่อนต่อมาเมื่อบทเพลงใดมีความ
            ไพเราะติดหูผู้ได้ยินได้ฟังก็จดจ าและน าไปร้องต่อในชุมชนจนแพร่หลายกว้างขวางยิ่งขึ้นและใช้ร้องกล่อมเด็กสืบต่อกัน

            มารุ่นต่อรุ่นทั้งนี้แม้ว่าเนื้อเพลงกล่อมเด็กของแต่ละท้องถิ่นอาจใช้ถ้อยค าส านวนภาษาและเนื้อหาสาระที่แตกต่างกัน

            ไปตามส าเนียงภาษาถิ่นสภาพสังคมและค่านิยมความเชื่อหากแต่เพลงกล่อมเด็กก็มีลักษณะและเนื้อหาทั่วไปที่
            คล้ายคลึงกัน

                                                                        (มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยส าหรับเยาวชน
                                                           โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร

                                                          มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2559:ออนไลน์)
            ลักษณะของเพลงกล่อมเด็ก

            ลักษณะกลอนของเพลงกล่อมเด็กจะเป็นกลอนชาวบ้านไม่มีแบบแผนแน่นอนเพียงแต่มีสัมผัสคล้องจองกันบ้าง

            ถ้อยค าที่ใช้ในบางครั้งอาจไม่มีความหมายเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับธรรมชาตสิ่งแวดล้อมหรือเรื่องราวตางๆ
                                                                                            ่
                                                                       ิ
            ที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความรัก ความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก ทั้งยังมีการสั่งสอนและ
            เสียดสีสังคม

                                                      (https://www.gotoknow.org/posts/277491  2012:ออนไลน์)
            สรุปได้ว่า                                                              “ลักษณะของเพลงกล่อมเด็ก”

            ลักษณะกลอนของเพลงกล่อมเด็กจะเป็นกลอนชาวบ้านไม่มีแบบแผนแน่นอน          เพียงแต่มีสัมผัสคล้องจองกันบ้าง
            ถ้อยค าที่ใช้ในบางครั้งอาจไม่มีความหมาย                        เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

            หรือเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ซึjงสะท้อนให้เห็นความรักความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกทั้งยังมีการสั่ง
            สอนและเสียดสีสังคม

            1.4 การใช้ภาษาของแต่ละภาค

            การใช้ภาษาของภาคเหนือ     ลักษณะเด่นของเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือนอกจากจะขึ้นต้นด้วยค าว่า   สิกจุ้งจาโหน
            แล้วยังมักจะขึ้นต้นด้วยค าว่า"อื่อจา"เป็นส่วนใหญ่จึงเรียกเพลงกล่อมเด็กนี้ว่าเพลงอื่อลูกท านองและลีลาอื่อลูกจะเป็น

            ไปช้าๆด้วยน้ าเสียงทุ้มเย็นตามถ้อยค าที่สรรมาเพื่อสั่งสอนพรรณาถึงความรักความห่วงใยลูกน้อยจนถึงค าปลอบค าขู่

            ขณะยังไม่ยอมหลับถ้อยค าต่างๆในเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่สิ่งแวดล้อมและ
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18