Page 15 - เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
P. 15

9

            การใช้ภาษาของภาคเหนือ เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ หรือเพลงกล่อมเด็กล้านนา เรียกว่า เพลงอื่อ จา จา (บางต าราว่า
            อื่อ  ชา  ชา)  ตามเสียงที่เอื้อนออกมาตอนขึ้นต้นเพลง  ด้วยการเปล่งเสียงหึ่งออกทางจมูกเพื่อให้เกิดความนุ่มนวล

                                   ื้
            ชวนให้เด็กหลับไปได้ง่ายเนอเพลงมีลักษณะค าประพันธ์ไม่ตายตัวและจ านวนค าสัมผัสไม่เคร่งครัดเช่นเดียวกับเพลง
            พื้นบ้านอื่นๆการร้องใช้ท านองร่ า(ออกเสียงว่า"ฮ่ า")โดยเอื้อนเสียงทอดยาวที่พยางค์สุดท้ายของวรรคและเปล่งเสียงขึ้น
            ลงตามระดับสูงต่ าของเสียงวรรณยุกต์  เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือมีร้องกันแพร่หลายมากในจังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย

            ล าพูนล าปางแพร่น่านพะเยาและแม่ฮ่องสอนเนื้อหาของเพลงมุ่งชักจูงให้เด็กนอนหลับใช้ถ้อยค าที่มีทั้งการปลอบประโ
            ลม ขู่ให้กลัว และติดสินบนให้ของกิน หรือสิ่งต่างๆ แก่เด็ก  เพลงกล่อมเด็กทุกบทจะร้องขึ้นต้นด้วยการออกเสียง "อื่อ

            จาจา"หรือ อื่อ อื่อ จา จา"นอกจากเพลงกล่อมให้เด็กนอนตามที่กล่าวมาข้างต้น ชาวบ้านในภาคเหนือยังมีเพลงร้องเล่น
            ได้แก่

            เพลงสิกก้องก๋อและเพลงสิกจุ่งจา*ซึ่งเป็นเพลงที่ผู้ใหญ่ใช้ร้องเล่นกับเด็กเพื่อสร้างความเพลิดเพลินท าให้เด็กรู้สึกสนุกส

            นานและสบายใจเมื่อเล่นเสร็จแล้วพาไปกล่อมนอนก็จะหลับได้ง่ายการใช้ภาษาของภาคกลางเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง
            บทเพลงกล่อมเด็กภาคกลางส่วนใหญ่เป็นเพลงสั้นๆใช้ถ้อยค าเรียบง่ายและคล้องจองกันมุ่งเน้นการเห่กล่อมให้เด็ก

            นอนหลับปลอบให้เด็กหยุดร้องไห้  บอกกล่าวถึงความรัก  ความห่วงใย  แสดงความเอ็นดู  โดยใช้ค าเรียกขานเด็ก

            ที่แตกต่างหลากหลายไปเพลงกล่อมเด็กภาคกลางไม่ได้เป็นเพียงบทร้องสั้นๆที่มีเนื้อหาเห่กล่อมเด็กเท่านั้นแต่ยังน า
            เรื่องราวจากธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้นมาแต่งขึ้นเป็นเพลงใช้ร้องกล่อมเด็กเพลงที่นิยมร้อง

            แพร่หลายอยู่เกือบทุก
            จังหวัดในภาคกลางและยังมีผู้กล่าวถึงเสมอเมื่อเอ่ยถึงเพลงกล่อมเด็กคือเพลง"กาเหว่า"ซึ่งเล่าถึงธรรมชาติของนกกาเห

            ว่า ที่แอบไปไข่ทิ้งไว้ให้แม่กาฟักและเลี้ยงดูลูกแทน ส่วนเพลงอื่นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวในสังคม เช่น เพลง "การะเกด"
            เพลง"วัดโบสถ์"เพลง"ขนมแฉ่งม้า"การใช้ภาษาของภาคอีสานเพลงกล่อมเด็กภาคอีสานหรือเพลงก่อมลูกหรือเรียกตาม

                                                                                               ็
            ค าขึ้นต้นเพลงว่าเพลงนอนสาเยอเพลงนอนสาเด้อภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเปนดินแดนที่มีพื้น
            ที่กว้างขวางมาก และมีกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมและภาษาถิ่น แตกต่างกัน แบ่งเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มวัฒนธรรมไทย-
            ลาว ใช้ภาษาถิ่นอีสานกลุ่มวัฒนธรรมไทยโคราชใช้ภาษาถิ่นอีสานแต่มีค าศัพท์และส าเนียงต่างจากกลุ่มแรกและกลุ่ม

            วัฒนธรรมเขมรส่ว(กูย)ใช้ภาษาเขมรและภาษาส่วย(กูย)ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะเพลงกล่อมเด็กของกลุ่มวัฒนธรรม

            ไทย-ลาวและกลุ่มวัฒนธรรมไทยโคราชเท่านั้นเพลงก่อมลูก-เพลงกล่อมลูกออกเสียงตามภาษาถิ่นอีสาน
            ไม่มีเสียงควบกล้ า "กล่อม" เป็น "ก่อม"การใช้ภาษาของภาคใต้ เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ เรียกว่า เพลงร้องเรือ เพลงช้าเรือ

            เพลงชาเรือเพลงช้าน้อเพลงชาน้องสันนิษฐานว่ามาจากท านองร้องที่เป็นไปอย่างช้าๆเรื่อยๆเหมือนเรือที่แล่นไปเอื่อยๆ
            อีกประการหนึ่งเปลที่เด็กนอนมีรูปร่างเหมือนเรือคือใช้ผ้าผืนยาวหรือผ้าขาวม้าผูกชายไว้ทั้ง๒ ข้าง และโยงไว้คนละข้าง

            เมื่อคลี่ตรงกลางน าเด็กลงนอน  เวลาไกวก็มีอาการไหว  เหมือนล าเรือ  ส่วนค าว่า  "ชา"  น่าจะตัดมาจากค าว่า  "บูชา"
            หมายถึง การสดุดี กล่อมขวัญ ยกย่อง เช่น ชาขวัญข้าว เป็นการสดุดีแม่โพสพ ชาเรือ เป็นการสดุดีแม่ย่านางเรือ ชาน้อง

            เป็นการขับกล่อมน้องเพลงร้องเรือ  หรือชาน้อง  ส่วนมากร้องเกริ่นน าด้วยค าว่า  "ฮา  เอ้อ"  และจบท้ายวรรคแรก

            ด้วยค าว่า"เหอ"เสียงยาวๆเนื้อหาสาระเป็นการขับกล่อมให้เด็กนอนหลับเร็วๆและหลับสนิทด้วยความอบอุ่นทั้งกาย
            และใจ เช่นเดียวกับเพลงกล่อมเด็กภาคอื่นๆ และเมื่อเด็กยังไม่ยอมนอน หรือยังร้องไห้โยเย ก็ร้องบทที่ขู่ให้เด็กกลัวด้วย

                                                                (https://story.motherhood.co.th 2019: ออนไลน์)
   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20