Page 17 - เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
P. 17

11

            เพลงกล่อมเด็กภาคกลางไม่ได้เป็นเพียงบทร้องสั้นๆที่มีเนื้อหาเห่กล่อมเด็กเท่านั้นแต่ยังน าเรื่องราวจากธรรมชาติหรือเ
            หตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้นมาแต่งขึ้นเป็นเพลงใช้ร้องกล่อมเด็กเพลงที่นิยมร้องแพร่หลายอยู่เกือบทุกจังหวัดใน

            ภาคกลางและยังมีผู้กล่าวถึงเสมอเมื่อเอ่ยถึงเพลงกล่อมเด็กคือเพลง"กาเหว่า"ซึ่งเล่าถึงธรรมชาติของนกกาเหว่าที่แอบ

            ไปไข่ทิ้งไว้ให้แม่กาฟักและเลี้ยงดูลูกแทนส่วนเพลงอื่นๆที่บอกเล่าเรื่องราวในสังคมเช่นเพลง"การะเกด" เพลง"วัดโบสถ์"
            เพลง "ขนมแฉ่งม้า"


            2.4 เพลงกล่อมเด็กภาคใต้

            เพลงกล่อมเด็กภาคใต้เรียกว่าเพลงร้องเรือเพลงช้าเรือเพลงชาเรือเพลงช้าน้องเพลงชาน้องสันนิษฐานว่ามาจากท านอง
            ร้องที่เป็นไปอย่างช้าๆเรื่อยๆเหมือนเรือที่แล่นไปเอื่อยๆอีกประการหนึ่งเปลที่เด็กนอนมีรูปร่างเหมือนเรือคือใช้ผ้าผืน

            ยาวหรือผ้าขาวม้าผูกชายไว้ทั้ง2ข้างและโยงไว้คนละข้างเมื่อคลี่ตรงกลางน าเด็กลงนอนเวลาไกวก็มีอาการไหวเหมือน

            ล าเรือส่วนค าว่า  "ชา"  น่าจะตัดมาจากค าว่า  "บูชา"  หมายถึง  การสดุดี  กล่อมขวัญ  ยกย่อง  เช่น  ชาขวัญข้าว
            เป็นการสดุดีแม่โพสพชาเรือเป็นการสดุดีแม่ย่านางเรือชาน้องเป็นการขับกล่อมน้องลักษณะค าประพันธ์เป็นกลอนชาว

                                                                               ั
            บ้านโดยทั่วไป1บทมี8วรรคในแต่ละวรรคมี4-10ค า ผู้แต่งได้กล่าวไว้เป็นเชิงออกตวว่า ร้องเพลงกล่อมตามแต่เนื้อความ
            และบางเพลงอาจมีความยาวถึง  30  วรรคก็ได้  เพลงร้องเรือ  หรือชาน้อง  ส่วนมากร้องเกริ่นน าด้วยค าว่า  "ฮา  เอ้อ"
            และจบท้ายวรรคแรกด้วยค าว่า"เหอ"เสียงยาวๆเนื้อหาสาระเป็นการขับกล่อมให้เด็กนอนหลับเร็วๆและหลับสนิทด้วย

            ความอบอุ่นทั้งกายและใจเช่นเดียวกับเพลงกล่อมเด็กภาคอื่นๆและเมื่อเด็กยังไม่ยอมนอนหรือยังร้องไห้โยเยก็ร้องบทที่
            ขู่ให้เด็กกลัวด้วยเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ที่มีเนื้อร้องกล่อมให้เด็กนอนโดยตรงมีจ านวนไม่มากนักส่วนใหญ่มักแต่งบทร้อง

            ให้เป็นค าสอนการประพฤติปฏิบัติตนปลูกฝังคุณธรรมและสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยหลายเพลงบอกเล่าถึง
                                    ็
            คนที่ประพฤดีไม่ดีบางเพลงกติเตียนผู้ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมและบางเพลงถึงขั้นเสียดสีประชดประชันบุคคลเหล่า
            นั้นด้วยในความเป็นจริงเด็กเล็กที่นอนแบเบาะหรือนอนอยู่ในเปลคงยังไม่เข้าใจความหมายของเนื้อร้องแต่ผู้ร้องคงจะมี

            เจตนาแฝงที่จะอบรมให้เด็กโตที่เป็นลูกหลานหรือบริวารในบ้านได้ยินได้ฟังและร้องเพื่อสื่อสารให้คนอื่นๆในชุมชนได้
            รับรู้ด้วยแม้ว่าผู้แต่งได้กล่าวไว้เป็นเชิงออกตวว่า ร้องเพลงกล่อมหลานไม่เกี่ยวข้องกับใคร
                                                ั
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22