Page 14 - เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
P. 14

8

            วัฒนธรรมต่างๆของคนในภาคเหนือในอดีตจนปัจจุบันได้เป็นอย่างดีการใช้ภาษาของภาคอีสานจะมีท านองลีลาเรียบ
                                              ่
            ง่ายช้าๆและมีกลุ่มเสียงซ้ าๆกันทั้งเพลงเชนเดียวกับภาคเหนือการใช้ถ้อยค ามีเสียงสัมผัสคล้ายกลอนสุภาพทั่วไปและ
            เป็นค าพื้นบ้านที่มีความหมายในเชิงสั่งสอนลูกหลานด้วยความรักความผูกพันซึ่งมักจะประกอบด้วย4ส่วนเสมอคือส่วน

            ที่เป็นการปลอบโยนการขู่และการขอโดยมุ่งให้เด็กหลับเร็วๆนอกจากนี้ก็จะเป็นค าที่แสดงสภาพสังคมด้านต่างๆ  เช่น
                       ู่
            ความเป็นอยบรรยากาศในหมู่บ้านค่านิยมขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นต้นคุณค่าของเพลงกล่อมเด็กภาคอีสานจึงมี
                        ้
            พร้อมทั้งทางดานจิตใจและด้านการศึกษาของชาติการใช้ภาษาภาคกลางเป็นที่รู้จักแพร่หลายและมีการบันทึกไว้เป็น
            หลักฐานมากกว่าเพลงกล่อมเด็กภาคอื่นซึ่งสะดวกแก่การศึกษาค้นคว้าการฟื้นฟูและการอนุรักษ์โดยไม่มีชื่อเฉพาะ

            ส าหรับเรียกเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง เนื่องจากขึ้นต้นบทร้องด้วยค าหลากหลายชนิดตามแต่เนื้อหาของเพลง
                                                                                  ้
                  ลักษณะท านองและลีลาของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางจะเป็นการขับกล่อมอย่างชาๆเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ
            กลุ่มเสียงก็จะซ้ าๆเช่นกันแต่จะเน้นการใช้เสียงทุ้มเย็นและยึดค าแต่ละค าให้เชื่อมกลืนกันไปอย่างไพเราะอ่อนหวานไม่

            ให้มีเสียงสะดุดทั้งนี้เพื่อมุ่งให้เด็กฟังจนหลับสนิทในที่สุดการใช้ภาษาของภาคใต้เป็นภาษาถิ่นที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักมา
            กที่สุดเพราะมีส าเนียงที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดเช่นเดียวกับเพลงกล่อมลูกภาคใต้ที่มีท านองและลีลาเด่นเป็นของต

            นเอง  เพลงกล่อมลูกภาคใต้  มีชื่อเรียก  4  อย่าง  คือ  เพลงร้องเรือ  เพลงชาน้อง  หรือเพลงช้าน้อง  เพลงเสภา

            และเพลงน้องนอน
                  ลักษณะเด่นของท านองกล่อมลูกภาคใต  ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทใดคือมักจะขึ้นตนเพลงด้วยค าว่า  "ฮา  เอ้อ"
                                                 ้
                                                                                     ้
            หรือมีค าวา"เหอ"แทรกอยู่เสมอในวรรคแรกของบทเพลงแล้วจึงขับกล่อมไปช้าๆเหมือนภาคอื่นๆเพลงกล่อมเด็กภาคใต้
                     ่
            มีจุดประสงค์และโอกาสการใช้กว้างขวางจ านวนเพลงจึงมีมากถึง 4,300 เพลง นับว่ามากกว่าทุกภาคในประเทศ

                                                             (http://nongsung.go.th/news_546_2 2560:ออนไลน์)


            การใช้ภาษาของภาคเหนือเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือโดยทั่วไปเรียกว่าเพลงอื่อเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือมีลักษณะสัมผั

            สและจ านวนค าไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้ร้องกล่อมเนื้อหาของเพลงมักมีค าว่า“อื่อ…”หรือ“จา”แทรกอยู่ในวรรคแรกและ
            วรรคสุดท้ายของเพลงกล่อมเด็กการใช้ภาษาของภาคกลางเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางโดยทั่วไปมีเนื้อร้องคล้า

            ยบทร้อยกรองแต่ในวรรคแรกมักกล่าวถึง  สิ่งที่น ามาขับกล่อม  และ  ลงท้ายด้วยค าวา  “เอย”   “เจ้านกเขาเอย”
                                                                                   ่

            “เจ้านกเอี้ยงเอย”  “เจ้ากาละเกดเอย”   ฯลฯ
            การใช้ภาษาของภาคอีสาน

            เพลงกล่อมเด็กภาคอีสานโดยทั่วไปมีเนื้อร้องคล้ายบทร้อยกรองแต่ถ้อยค าแสดงถึงลักษณะของท้องถิ่นเช่นเดียวกับ
            เพลงกล่อมเด็กของท้องถิ่นอนๆเพลงกล่อมเด็กอีสานในบางท้องถิ่นการใช้ภาษาของภาคใต้เพลงกล่อมเด็กภาคใต้โดย
                                   ื่
            ทั่วไปจะใช้ถ้อยค าง่ายๆมีเสียงคล้องจองกันแต่ไม่ได้บังคับลักษณะสัมผัสสามารถยึดหยุ่นได้ตามท านองของผู้ขับกล่อม
            เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ในแต่ละท้องถิ่นอาจเรียกชื่อแตกต่างกัน   เช่น   เพลงชาน้อง   เพลงร้องเรือ   หรือน้องนอน




            เพลงกล่อมเด็กภาคใต้โดยทั่วไปวรรคแรกของเพลงกล่อมเด็กภาคใต้โดยทั่วไปวรรคแรกของเพลงกล่อมเด็กมักขึ้นต้นด ้
            วยค าว่า“ฮาเอ๊อ”  หรือ  “ฮาเหอ”
                                                                                 (ธีรพงศ์ เชาวนะ  2017:ออนไลน์)
   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19