Page 173 - คู่มือชุดพัฒนาความฉลาดรู้ ด้านการอ่าน เล่มที่ 3
P. 173
168
บทอ่าน เรื่อง รอยพ่นสีบนกำแพง
็
ฉันเดือดดาลไปดวยความโกรธทเห็นกำแพงใน ไม่ต้องพูดกันเรื่องรสนิยม ทุกวันนี้สังคมเตมไป
ี่
้
่
โรงเรียนต้องถูกทำความสะอาดและทาสีใหมถึงสี่ครั้ง ด้วยการสื่อสารและการโฆษณา ตามถนนมีแต่ตรา
เพื่อลดรอยพ่นสีบนกำแพง การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ ของบริษัท ชื่อห้างร้าน โปสเตอร์ขนาดมหึมา
น่าชื่นชมก็จริงอยู่แต่มนุษย์ควรหาวิธีแสดงออกที่ไม ่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไดใช่ไหม ใช่ ส่วนใหญ่
้
ิ่
ต้องทำให้สังคมเดอดร้อนและสูญเสียค่าใช้จ่ายเพม รองรับกันได้ แล้วรอยพ่นสีบนกำแพงล่ะ ยอมรับ
ื
โดยไม่จำเป็น กันได้ไหม บางคนก็บอกว่าได้ บางคนก็บอกว่า
ทำไมคุณชอบทำลายชื่อเสียงของคนวัยรุ่นหนุ่ม ไม่ได ้
สาวด้วยการไปพ่นสีบนกำแพง ซึ่งเป็นข้อห้าม ใครเป็นคนจ่ายค่าพ่นสีกำแพง ในที่สุดใครเป็น
ศิลปินมืออาชีพน่ะ เขาไม่แขวนงานของเขาตามข้าง คนจ่ายค่าโฆษณา ใช่ผู้บริโภคไงล่ะ
ถนนหรอก จริงไหมแต่เขาจะหาเงินและชื่อเสียงโดย คนที่เอาแผ่นป้ายโฆษณามาเที่ยวแปะล่ะ เคย
การแสดงนิทรรศการผลงานอย่างถูกต้องตา ม ขออนุญาตไหม ก็ไม่เคย พวกพ่นสีบนกำแพงทำ
กฎหมาย เช่นนั้นบ้างได้ไหม มันไม่ใช่แต่เรื่องของการบอกชื่อ
่
ในความเห็นของฉันไมว่าจะเป็นตัวตึก รั้ว ม้านั่ง ของตนเอง-ชื่อแก๊งและผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ๆ
ี
ในสวนสาธารณะ ต่างก็ถูกออกแบบมาอย่างมศลปะ ตามข้างถนน
ิ
ในตัวเองแล้วทงนั้น มันน่าเสียดายที่จะไปทำลาย ลองนึกถึง ผ้าลายทาง และลายตาหมากรุก ที่ม ี
ั้
ื่
งานสถาปัตยกรรมนี้เสีย ด้วยรอยพ่นสี และ ขายตามร้านเมอสองสามปีกอน และลายเสื้อผ้า
่
ยิ่งกว่านั้น วิธีนี้ยังทำลายชั้นโอโซนของมันใน ของนักเล่นสกี ทั้งลายและสีของผ้าเหล่านี้ถูกขโมย
บรรยากาศอีกด้วยจริง ๆ นะ ฉันไม่เข้าใจเลยว่า มาจากลายที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามบนกำแพง
ทำไมศิลปินอาชญากรรมเหล่านี้จะรู้สึกเดอดร้อน คอนกรีตตามข้างถนนนั่นเอง ตลกดีที่ลวดลาย
ื
เมื่อเห็นว่า “งานศิลปะ” ของพวกเขาถูกล้างออก เหล่านี้เป็นที่ยอมรับ และชื่นชม แต่รอยพนสีบน
่
ครั้งแล้วครั้งเล่า กำแพงซึ่งเป็นแบบเดียวกันกลับถูกมองเห็นว่า
ทุเรศ
เกวลิน โลกนี้มันช่างยากนักสำหรับศิลปิน
โสภิกา
เล่มที่ 3 : กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่าน 168

