Page 199 - แผนการจัดการเรียนการสอนวิทย์พื้นฐาน ม.2
P. 199
197
ิ
9. การจัดกจกรรมการเรียนร ู้
ครูดาเนินการทดสอบก่อนเรียน โดยให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐาน
ของนักเรียน
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน
1) ครูถามค าถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– นักเรียนเคยทราบเรื่องคู่สามีภรรยาที่มีบุตรยากหรือไม่ (แนวค าตอบ เคย)
ุ
็
– สาเหตใดที่ทาให้คู่สามีภรรยามีบุตรยาก (แนวคาตอบ สามีมีจานวนอสจิน้อยหรือไม่แขงแรง และภรรยามี
ุ
ท่อน าไข่อุดตัน หรือเอ็มบริโอไม่ฝังตัวที่ผนังมดลูก)
ื่
ู่
2) นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับค าตอบ เพื่อเชอมโยงไปสการเรียนรู้เรื่อง เทคโนโลยี
ช่วยใหมีบุตร
้
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนร ู้
ื
้
ั
ั
้
ั้
จดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชกระบวนการสบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลบดาน ชนเรียน
(flipped classroom) ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามค าถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถแก้ปัญหาการมีบุตรยากหรือไม่ (แนวค าตอบ มี)
ี่
– ยกตัวอย่างเทคโนโลยีทสามารถแก้ปัญหาการมีบุตรยาก (แนวคาตอบ การสร้างเดกหลอดแก้วและการทา
็
กิฟต์)
(2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาค าตอบเกี่ยวกับค าถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
2) ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration)
ึ
(1) ครูให้นักเรียนศกษาเรื่องเทคโนโลยีชวยให้มีบุตร จากใบความรู้หรือในหนังสอเรียน โดยครูชวยอธิบายให้
่
ื
่
้
ุ
นักเรียนเข้าใจว่า การคมก าเนิดเหมาะสาหรับคู่สามีภรรยาที่ไม่พร้อมจะมีบุตร หรือมีบุตรเพียงพอต่อความต้องการแลว แต ่
ุ
ิ
ในกรณทคสามีภรรยาทตองการมีบุตรแตมีบุตรไดยาก ซึ่งอาจเปนเพราะอสจมีจานวนน้อยหรือไม่แข็งแรง ทอน าไข่ตบตน
ี
็
่
ี
ี่
ู่
ั
ี่
่
้
้
ู
ั
่
ั
้
ั
่
ี่
ุ
หรือเอ็มบริโอไม่ฝงตวในผนังมดลก ปัจจบันจงมีเทคโนโลยีหลายอย่างทสามารถแก้ปัญหาการมีบุตรยากดงกลาวได เชน
ึ
การสร้างเด็กหลอดแก้วและการท ากิฟต ์
(2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูลเทคโนโลยีช่วยให้มีบุตร ตามขั้นตอน ดังนี้
– สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยให้มีบุตร โดยค้นคว้าในประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้
• การสร้างเด็กหลอดแก้ว
• การท ากิฟต ์
– น าข้อมูลที่ได้มาอภิปรายร่วมกัน แล้วน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรม
่
ิ
ิ
(4) ครูคอยแนะน าชวยเหลือนักเรียนขณะปฏบัตกิจกรรม โดยครูเดนดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาสให้นักเรียน
ิ
ทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา
3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน
(2) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวค าถาม เช่น

