Page 314 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 314

คํ าชี้แจง



               ก. ขอบขายของหนังสือนี้
                       คํ าศัพทที่รวบรวมไวในพจนานุกรมนี้แบงออกไดเปน 3 ประเภท คือ

                       1. ศัพทธรรมแทๆ ไดรวบรวมมาไวแทบทั้งสิ้น ยกเวนศัพทที่ทานผูกขึ้นใชในคัมภีรรุนหลัง เฉพาะแหง
               เฉพาะกรณี ไมเปนที่ยอมรับนํ าไปใชในที่อื่น และไมนิยมนับถือเปนศัพทวิชาการอันมีความหมายพิเศษจํ าเพาะตัว
                       2. ศัพททั่วๆ ไปเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ขอนี้มิไดเปนจุดมุงหมายโดยตรง แตก็ไดเก็บมาเปนสวนมาก

               และไดใหความหมายไวโดยยอ
                       3. ศัพทเกี่ยวกับศาสนา ลัทธินิยม ประเพณี และความเชื่อถืออยางอื่นที่ไดยินไดฟงคุนหู แมที่เปนเรื่อง
               ภายนอกพระพุทธศาสนา


               ข. ศัพทตั้งภาคภาษาไทย
                       1. การเรียงลํ าดับศัพท ถือตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ยกเวนคํ ามีประวิสรรชนีย ที่เปนตน
               ศัพทของคํ าอื่นๆ จะเรียงไวกอนคํ าที่อาศัยตนศัพทนั้น เชน เถระ เรียงไวกอน เถรคาถา และเถรวาท ฆา

               นะ เรียงไวกอน ฆานทวาร และ ฆานวิญญาณ เปนตน
                       2. คํ าที่มี - ตอทาย หมายความวา ศัพทที่ขึ้นตนดวยคํ านั้น ถาไมพบในลํ าดับของคํ านั้นเอง ใหดูตามที่

               อาง เชน กัมม- ดู กรรม- คํ าวา กัมมบถ ไมมี ใหดู กรรมบถ ดังนี้เปนตน
                       3. ศัพทที่เปนหัวขอหมวดธรรม คือ มีจํ านวนขอยอย เชน อบายภูมิ 4, อนุปุพพิกถา 5 เปนตน
               ใหดูรายละเอียดในภาค 1 คือ พจนานุกรมหมวดธรรม

               ค. ภาคภาษาบาลี

                       1. ศัพทตั้งทุกคํ าไดแสดงรูปศัพทเดิมหรือคํ าแปลภาษาบาลีไวเปนอักษรโรมัน  ในวงเล็บตอจากศัพท
               นั้นๆ เพื่อใหนักศึกษาชินตออักษรโรมันซึ่งตองใชในเมื่อจะเขียนคํ าบาลีคูกับภาษาอังกฤษ
                       2. ศัพทตั้งหลายแหงเปนคํ าที่เกิดขึ้นหรือบัญญัติขึ้นภายหลังในภาษาไทยจึงไมมีคํ าเรียกในภาษาบาลี

               ในกรณีเชนนี้ไดแตงศัพทบาลีขึ้นใหมพอใหสื่อความหมายได และเพื่อใหทราบวาเปนคํ าที่ผูกขึ้นใหม จึงใสเครื่อง
               หมายดอกจัน (*)  กํ ากับไว  เชน  เปรียญ  (Pari¤¤å*, Pàli¤¤å*),  วัดหลวง  (Ràjavaravihàra*, Ràjà-


               vàsa*) เปนตน
                       3. คํ าบาลีสวนมากแสดงไวในรูปศัพทที่เปนนามอยางเดียว  แมวาพากยไทยและอังกฤษจะเปนคํ ากริยา
               ก็พึงแปลงรูปเอาเองตามวิธีของไวยากรณ  เชน  อังคาส  (Parivisana)  เมื่อนํ าไปใชพึงเปลี่ยนเปน  ปริวิสติ

               เปนตน  (ศัพทอื่นๆ เชน ตักบาตร, ปดทอง, ผูกสีมา เปนตน)

               ง. ภาคภาษาอังกฤษ
                       1. ความหมายโดยพยัญชนะ (lit.) ถามี จะมาเปนอันดับแรก ตอจากนั้นเปนความหมายที่เหมาะสมหรือ

               นิยมใชตามลํ าดับ
                       2. คํ าบาลีบางคํ า เมื่อนํ ามาใชในภาษาไทย ไดมีความหมายคลาดเคลื่อนหรือเพี้ยนไปจากเดิมบาง เกิดมี
               ความหมายใหมซอนขึ้นมาอีกบาง พจนานุกรมฯ นี้ไมใหความสํ าคัญแกความหมายที่คลาดเคลื่อน เพี้ยนไป หรือ

               เกิดขึ้นใหมเหลานี้ โดยทั่วไปจึงมิไดแสดงความหมายเชนนี้ไว แสดงเฉพาะความหมายเดิมเทานั้น เชน อารมณ
               = sense-object (ไมใช emotion) สงสาร = the round of rebirth (ไมใช pity) มานะ = conceit; lust
   309   310   311   312   313   314   315   316   317   318   319