Page 5 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 5

5




                        ขอธรรมบางอยางจํ าเปนตองอธิบาย  เพื่อใหเขาใจชัดเจน  ในกรณีเชนนี้ไดพยายามอธิบายใหสั้น
                   ที่สุด  โดยทํ าเปนไขความออกจากความหมายของขอธรรมนั้นๆ  และใหครอบคลุมเนื้อหาสมบูรณในตัว
                   เสร็จสิ้นไปในแตละขอ  ไมใชวิธีอธิบายรวมทั้งหมด  แตถามีขอสังเกตหรือคํ าชี้แจงกวางๆ  สํ าหรับทั้ง

                   หมวดก็ไดนํ าไปเขียนไวในตอนทายของหมวดธรรมนั้น  หมวดธรรมที่ตองอธิบายพึงเห็นตัวอยางเชน
                   [85] ธรรม 3, [107] วิโมกข 3, [285] วิสุทธิ 7, [311] วิปสสนาญาณ 9 เปนตน
                   2)  ภาคภาษาอังกฤษ:  ความหมายในภาษาอังกฤษมุงเพียงใหเปนสวนประกอบสํ าหรับชวยเหลือ

                   นักศึกษาในการศึกษาคนควาใหกวางขวางออกไป  หรือเปนสื่อถายทอดความรูเทานั้น  ไมไดมุงใหเปน
                   หลักของหนังสือนี้  โดยปกติในภาคภาษาอังกฤษจะไมมีคํ าอธิบายเลย  มีเพียงความหมายสั้นๆ  ซึ่งโดย

                   มากเปนความหมายในรูปคํ าแปล
                        ขอธรรมใดมีคํ าแปลหรือความหมายในภาษาอังกฤษที่ใชกันลงยุติแลวหรือนิยมใชกันแพรหลาย
                   ในหมูนักศึกษาพระพุทธศาสนาแลว  ก็ไดนํ าเอาคํ าแปลหรือความหมายนั้นมาลงไว  โดยถือเปนอิสระ

                   จากความหมายในภาคภาษาไทย  สวนขอธรรมใดความหมายในภาษาอังกฤษยังมีปญหา  ไมเปนที่ยุติ
                   หรือยังไมสูเปนที่รูจักทั่วไป ก็ไดพยายามตรวจสอบ เลือกสรร หรือคนหาคํ ามาใชใหตรงกับความเขาใจ

                   ในภาคภาษาไทยใหมากที่สุด
                        คํ าแปลและความหมายขอธรรมตางๆ  ในภาคภาษาอังกฤษสวนมาก  ไมตรงกับคํ าแปลหรือความ
                   หมายที่ใชในพระไตรปฎกแปลฉบับภาษาอังกฤษของสมาคมบาลีปกรณ (The Pali Text Society) ทั้ง

                   นี้เพราะไดมีการคิดคนสรรหาคํ าแปลศัพทธรรมตางๆ  ในหมูนักปราชญนักศึกษาพระพุทธศาสนา
                   กาวหนาตอมาอีกมากภายหลังเวลาที่พิมพพระไตรปฎกแปลฉบับภาษาอังกฤษนั้นแลว
                        อนึ่ง คํ าบาลีอักษรโรมันในวงเล็บตอทายชื่อหมวดธรรม หรือขอธรรมนั้นๆ ไดแสดงไว โดยมุงให

                   ผูใชรูจักรูปเดิมของศัพทนั้นๆ  ในภาษาบาลี  ถาเปนคํ าสมาสคือมีหลายคํ าประกอบกัน  ก็มุงใหกํ าหนด
                   แยกไดงายวามีคํ าอะไรประกอบอยูบางเทานั้น มิไดมุงแสดงรูปที่ใชจริงในประโยคภาษาบาลี ดังนั้น
                        ก) ที่ใดตองการใหเห็นรูปศัพทของคํ าที่มาประกอบกัน ก็จะใสยัติภังค หรือ hyphen (-) แทรก

                   ไวใหดูงาย ที่ใดเห็นวาเปนคํ าที่ใชรวมกันเปนปกติ ก็ไมแยก
                        ข) เมื่อแยกคํ าโดยใชยัติภังคแลว ก็ไมเติมพยัญชนะซอน (สังโยค) ตามหลักสนธิ

                   ตัวอยาง: ขันธ 5 หรือ เบญจขันธ บาลีเปน ปฺจกฺขนฺธ ประกอบดวย ปฺจ + ขนฺธ ถาเขียนเปนคํ า
                   บาลีอักษรโรมัน ตามที่ใชจริงในประโยค ก็เปน Pa¤cakkhandha คือเขียนติดตอกันและมีพยัญชนะ
                   ซอน  ไดแก  k  แทรกเขามา  แตในพจนานุกรมฯ  นี้เขียนใหผูศึกษากํ าหนดแยกไดงาย  เปน  Pa¤ca-

                   khandha
                        สังวรปธาน  บาลีนิยมเขียนเปน  สํวรปฺปธาน  ประกอบดวย  สํวร +  ปธาน  ถาเขียนเปนคํ าบาลี

                   อักษรโรมัน  ตามที่ใชในประโยค  ก็เปน  Sa§varappadhàna  แตในพจนานุกรมฯ  นี้เขียนเปน
                   Sa§vara-padhàna
                        นอกจากนี้ ขอความหรือถอยคํ า ที่อยูในชุดเดียวกัน หรือเปนเรื่องทํ านองเดียวกัน และเรียงอยู

                   ตอเนื่องกัน ถามีสวนที่ซํ้ าตรงกัน อาจใชเครื่องหมาย tilde (~) แทนความหรือคํ าสวนหรือทอนที่ซํ้ าตรง
                   กันนั้น  เพื่อประหยัดเนื้อที่  และชวยไมใหดูลานตา  เชน  A¤¤asamàna-cetasika; Pakiõõaka-~;

                   Akusala-~  พึงทราบและนํ าไปใชในรูปที่เปนคํ าเต็มวา  A¤¤asamàna-cetasika; Pakiõõaka-
   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10