Page 32 - ส่วนหน้าประวัติ 001-012.indd
P. 32
๑ ¤ÇÒÁᵡµ‹Ò§ÃÐËNjҧ¤ÇÒÁ¨ÃÔ§¡Ñº¢ŒÍà·ç¨¨ÃÔ§
à¡ÕèÂǡѺàÃ×èͧÃÒÇã¹·ŒÍ§¶Ôè¹
ึ
ื
การศึกษาคนควาเร่องราวทางประวัติศาสตร ซ�งเปนเร่องราวในอดีต
ื
่
่
ิ
่
ื
บางเรองอาจเปนความจรง บางเรืองอาจไมเปนจรง ตามทมการตความของ
ิ
ี
ี
ี
ุ
ุ
ื
ี
คนในรนหลัง เพราะคนในรนหลังศึกษาและตีความเร่องราวจากหลักฐานท่มีอย ู
ื
เทาน้น เม่อการศึกษาคนควาทางประวัติศาสตรคือการศึกษาจากหลักฐานท ่ ี
ั
มีอยู และขึ้นอยูกับการตีความหลักฐาน นักเรียนจึงควรรูความแตกตางระหวาง
ความจริงกับขอเท็จจริง ดังน�้
ความจริง
ึ
ี
ื
คือ เร่องราวหรือเหตุการณท่เกิดข้นจริง สามารถพิสูจนตรวจสอบได
วา เปนจริงหรือมีอยูจริง เชน ชุมชนบานเชียงเคยมีผูคนอาศัยอยูในอดีต
ู
ู
บนผืนแผนดินไทยเคยมีผคนอาศัยอยมากอน พอขุนรามคําแหงมหาราช ฉบับ
ไดประดิษฐอักษรไทยขึ้น เปนตน ผูสอน
ขอเท็จจริง
คือ คําอธิบายเรื่องราวหรือเหตุการณตางๆ ที่เกิดขึ้นวาทําไมเรื่องราว
หรือเหตุการณน้นจึงเกิดข้น เพราะอะไร คําอธิบายดังกลาว อาจมีหลาย
ึ
ั
ั
ั
ความเห็นและแตกตางกัน ดังน้นเราจึงตองรวบรวมคําอธิบายเหลาน้นมา
เพื่อสรุปหาความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต
จะเห็นไดวา ความจริง คือ สิ�งที่เกิดขึ้นจริง สวนขอเท็จจริง คือ คําอธิบาย
หรือขอวิเคราะหเกี่ยวกับความจริงนั้นๆ
ขอเท็จจริงท่เรารับรหรือวิเคราะหข้นอยกับขอมูลหลักฐานท่มี หากม ี
ี
ู
ู
ึ
ี
การคนพบหลักฐานขอมูลใหม หรือมีการตีความหลักฐานขอมูลใหม ขอเท็จจริง
หรือคําอธิบายเกี่ยวกับความจริงในประวัติศาสตรนั้นยอมสามารถเปลี่ยนแปลงได
ประวัติศาสตร ๕ ๑๙

