Page 99 - จรัมบุญ
P. 99

พระโมคคัลลานะ “ทุกข์เป็นสิ่งที่ทนได้ยาก ผู้จะเห็นทุกข์อย่าง








                 แท้จริงได้  ต้องอาศัยปัญญาพิจารณาเห็น  ไม่ใช่พอลืมตาก็มองเห็น


                 อันทุกข์นั้นก็คือกามสุขนั่นเอง
                             ั
                        ทุกข์น้นจะละจะหลบหลีกไม่ได้ เพราะมันเป็นผลเหมือนความร้อน
                                                                            ั
                                                        ื
                 เราจะหลีกไม่ได้เพราะเป็นอาการของไฟ  เม่อมีไฟต้องมีร้อน  ฉะน้น
                 ทุกข์จะเป็นผลเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัย
                        กามตัณหา ความปรารถนาในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
                        ภวตัณหา ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น
                        วิภวตัณหา ความเบื่อหน่ายไม่อยากได้ ไม่อยากเป็น
                                                                              ุ




                                           ี




                        ตัณหา ๓ ประการน้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เหมือนไฟเป็นเหต



                 ให้เกิดความร้อน
                        มีมืดต้องมีสว่างแก้ มีร้อนต้องมีเย็นแก้ ฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึง
                 ทรงค้นพบว่า จะดับทุกข์ต้องดับที่สมุทัย คือ ตัณหา ๓ นั้น เมื่อสมุทัย













                                             ั
                                     ี
                                                ั
                                                ้
                     ี
                 ไม่ม  ความทกข์กไม่ม  ความดบนนเป็นตวนโรธ  และทรงค้นพบว่า
                                 ็
                             ุ
                                                       ั
                                                         ิ
                                                                 ิ
                                                                ั
                                   ั
                                                                    ู
                 ทางจะเข้าถงความดบทกข์ให้เกดนโรธนน  ต้องปฏบตอย่ในขอบเขต
                           ึ
                                      ุ
                                                     ั
                                                     ้
                                                ิ
                                                              ิ
                                             ิ
                 ของข้อปฏิบัติเป็นสายกลาง คือ มัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเรียกว่าอริยมรรค
                 มี ๘ อย่าง
                        ๑. ความเห็น  ก็ต้องใช้ความเห็นในอริยสัจ  ๔  น้น  อย่าเห็น
                                                                   ั
                 นอกคอก คือเห็นทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ
                        ๒. ความด�าริ คิดนึกก็อย่านอกคอก คือต้องคอยคุมความด�าริ
                 น้นๆ ให้อยู่ในลักษณะ ไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน ดาริออกจากกามคุณ
                  ั
                                                             �
                 เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ คิดชอบ
                        ๓. การพูดก็อย่าพูดนอกคอก ต้องพูดอยู่ในลักษณะ ไม่พูดเท็จ
                 ไม่หยาบ ไม่ส่อเสียดใคร ไม่เพ้อเจ้อ เรียกว่า สัมมาวาจา เจรจาชอบ
                                                                              73
                                                                        จรัมบุญ
   94   95   96   97   98   99   100   101   102   103   104