Page 84 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 84
75
ิ
2. ตามค าพพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.67/2547 ได้วางหลักกรณีการลงโทษทางวินัย
ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาว่า เมื่อมีการด าเนินการทางวินัยและได้สั่งลงโทษแก่ข้าราชการผู้ใดไปแล้ว หากปรากฏ
ภายหลังว่าข้าราชการผู้นั้นกระท าผิดอาญาจนได้รับโทษจ าคุก ผลของการได้รับโทษจ าคุกเป็นความผิดวินัย
อย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ผู้บังคับบัญชายังสามารถสั่งลงโทษไล่ออกหรือปลดออกได้
โดยไม่ถือว่าเป็นการด าเนินการทางวินัยซ้ า แม้มูลกรณีการกระท าความผิดจะเป็นเหตุเดียวกัน ซึ่งเป็นการกลับ
หลักแนววินิจฉัยของ ก.พ. ตามหนังสือส านักงาน ก.พ. ที่ นร 0709.2/565 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2541 ซึ่งเห็นว่า
เป็นการด าเนินการซ้ าต้องสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพราะขาดคุณสมบัติ
3. ค าพพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. 463/2551 เมื่อข้าราชการถูกกล่าวหาว่ากระท าผิด
ิ
วินัยอย่างร้ายแรง และการกระท าดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาด้วย ข้าราชการผู้นั้นย่อมถูกด าเนินการทั้งทางวินัย
และทางอาญาไปพร้อมกันได้ แม้ว่าผลคดีอาญายังไม่ถึงที่สุดก็ตาม เนื่องจากการด าเนินคดีอาญานั้น มุ่งประสงค์
ควบคุมการกระท าของบุคคลในสังคมมิให้กระท าการที่กฎหมายก าหนดว่าเป็นความผิดอาญา เพอคุ้มครองสังคม
ื่
โดยรวมให้มีความสงบสุข ส่วนการด าเนินการทางวินัยเป็นมาตรการในการรักษาวินัยของข้าราชการที่มุ่งปราบปราม
ข้าราชการที่กระท าการฝุาฝืนข้อห้ามตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ก าหนดโดยใช้วิธีการลงโทษทางวินัย
ั
ี
ซึ่งมีผลเป็นการปรามไม่ให้ข้าราชการอื่นกระท าผิดวินัยเพราะเกรงกลัวการลงโทษด้วย อกทั้งการรับฟงพยานหลักฐาน
เพอจะลงโทษทางวินัยของผู้บังคับบัญชา ก็แตกต่างจากการรับฟังพยานหลักฐานเพอลงโทษในคดีอาญาของศาล
ื่
ื่
โดยคดีอาญาศาลจะพิพากษาลงโทษจ าเลยได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานปรากฏชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัย ส่วนการลงโทษ
ิ
ิ
ทางวินัยผู้บังคับบัญชาสามารถใช้ดุลพนิจสั่งลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้โดยพจารณาจากพยานหลักฐานและพฤติการณ์
ของผู้ถูกกล่าวหาที่ปรากฏในส านวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งรวมถึงส านวนการไต่สวน
้
ี่
่
ข้อเท็จจริงตามทคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติโดยไมจ าเป็นต้องปรากฏพยานหลักฐานชัดแจ้งปราศจากขอสงสัย
ดังเช่นคดีอาญา และไม่จ าต้องรอฟังผลคดีอาญาแต่อย่างใด
การสอบสวนผู้ซึ่งออกจากราชการไปแล้ว
การที่ผู้บังคับบัญชาจะด าเนินการทางวินัยและลงโทษแก่ข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาผู้ใดได้ ผู้นั้นจะต้องมีสถานะเป็นข้าราชการและกระท าผิดวินัยตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นข้อห้าม
หรือข้อปฏิบัตินั้น และกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว ผู้บังคับบัญชา
สามารถด าเนินการทางวินัยแก่ผู้นั้นได้เว้นแต่จะออกจากราชการเพราะตาย ต่อเมื่อมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระท า
ึ
หรือละเว้นการกระท าการใดที่พงเห็นได้ว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาของผู้นั้น
หรือต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรือเป็นการกล่าวหาโดยผู้บังคับบัญชา
ู
ของผู้นั้นหรือมีกรณีถูกฟองคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทาความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดอาญาที่ได้กระทา
โดยประมาทที่ไม่เกี่ยวกับราชการหรือความผิดลหุโทษอยู่ก่อนออกจากราชการ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 102
ี
่
์
ั
้
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากกรณไมเขาหลกเกณฑดังกล่าว
ผู้บังคับบัญชาก็ไม่สามารถด าเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่ออกจากราชการไปแล้วได้
กรณีข้าราชการซึ่งถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรงได้ลาออกจากราชการ
หรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว ผู้บังคับบัญชาต้องยุติการสอบสวนเนื่องจากผู้นั้นไม่มีสถานะเป็นข้าราชการ
จึงไม่สามารถสั่งลงโทษได้ เว้นแต่มีกรณีถูกกล่าวหาหรือถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟองคดีอาญา
ู
หรือต้องหาว่ากระท าความผิดอาญาอยู่ก่อนออกจากราชการ ซึ่งมาตรา 102 ให้อานาจผู้มีอานาจตามมาตรา 53
ด าเนินการทางวินัยต่อไปได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ

