Page 98 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 98

89

                                (1) การพนันที่กฎหมายห้ามขาด ถ้าข้าราชการครูผู้ใดเล่นการพนันควรลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจาก
                  ราชการ
                                (2) การพนันประเภทที่กฎหมายบัญญัติว่าจะเล่นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากทางการ
                                -    กรณีเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าผู้เล่นเป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ปราบปราม

                  โดยตรงหรือเป็นครู หรือเป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการวัฒนธรรม หรือเจ้าพนักงานอื่นใด ซึ่งมีข้อห้ามของกระทรวง
                  ทบวง กรม  วางไว้เป็นพิเศษ อาจพิจารณาลงโทษตามเกณฑ์ในข้อ 1
                                -   กรณีเล่นการพนันโดยได้รับอนุญาตแล้ว ถ้าผู้เล่นเป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ปราบปราม
                  โดยตรงหรือเป็นครู หรือเป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการวัฒนธรรม หรือเจ้าพนักงานอื่นใด ซึ่งมีข้อห้ามของกระทรวง

                  ทบวง  กรม  วางไว้เป็นพิเศษ อาจพิจารณาลงโทษตามเกณฑ์ในข้อ 1 ก็ได้
                                เรื่องการเบิกเงินค่าพาหนะเดินทางหรือเบี้ยเลี้ยงหรือเงินอนในท านองเดียวกันเป็นเท็จ  ก.พ.
                                                                                ื่
                  ได้มีมติตามหนังสือส านักงาน ก.พ. ที่ สร 0905/ว 6 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2511  และหนังสือส านักงาน ก.พ.

                  ที่ นร 0709.2/ว 8  ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2536 ได้วางแนวทางการลงโทษไว้ว่า การกระท าในลักษณะดังกล่าว
                  เป็นความผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง  โดยให้พิจารณารายละเอยดพฤติการณ์แห่งการกระท าผิดประกอบด้วย
                                                                       ี
                                เรื่องการเรียกเงินจากผู้สมัครสอบ ก.พ. ได้มีมติตามหนังสือส านักงาน ก.พ. ที่ สร 1006/ว 15
                  ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2516 ได้วางแนวทางการลงโทษกรณีข้าราชการเรียกและรับเงินจากผู้สมัครสอบแข่งขัน
                                     ้
                  หรือสอบคัดเลือก โดยอางว่าจะช่วยเหลือให้สอบได้ พฤติการณ์เป็นความผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
                                                                                                   ี
                  ควรลงโทษสถานหนักระดับเดียวกับความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จะปรานีลดหย่อนโทษได้ ก็เพยงปลดออก
                  จากราชการเท่านั้น
                                                                         ู
                                กรณีศึกษา ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ฟองคดีรับราชการมาเป็นเวลานาน ย่อมรู้ดีว่า
                  การเรียกและรับเงินจากผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับราชการเพอเป็นค่าวิ่งเต้นให้ได้รับราชการ เป็นเรื่องที่ข้าราชการ
                                                                ื่
                  ที่ดีไม่ควรปฏิบัติ พฤติการณ์จึงถือเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และท าให้เสื่อมเสีย
                                                                                                        ู
                  ชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของต าแหน่งหน้าที่ราชการของตนท าให้เสียหายแก่ชื่อเสียงของราชการ ซึ่งแม้ผู้ฟองคดี
                  จะได้น าเงินมาคืนให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้วก็ตามก็ไม่อาจลบล้างความผิดที่ตนได้กระท าส าเร็จไปแล้ว การรับราชการ

                  มานาน มีความดีความชอบ และไม่เคยกระท าผิดวินัยมาก่อน ก็ไม่อาจใช้เป็นเหตุปลดออกจากราชการได้เช่นกัน
                                                                 ั
                  อีกทั้งได้มีมติ ก.พ. ตามหนังสือเวียน ลงวันที่ 28 กุมภาพนธ์ 2538 กรณีการลงโทษข้าราชการที่เรียกร้องเงิน
                              ื่
                  จากราษฎรเพอฝากเข้าท างานในหน่วยงานที่ตนไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
                  ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และความร้ายแรงแห่งกรณีอยู่ในระดับเดียวกันกับกรณีความผิดฐานทุจริต

                                                                    ั
                  ต่อหน้าที่ราชการ โดยให้ลงโทษไล่ออกจากราชการและเหตุอนควรปรานีใด ๆ ไม่เป็นเหตุลดหย่อนโทษลงเป็น
                  ปลดออกจากราชการ (ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. 117/2558)
                                เรื่องการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ  มติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
                  ที่ นร 0502/ว 234  ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2536 ได้วางแนวทางการลงโทษผู้กระท าผิดวินัยฐานทุจริต

                  ต่อหน้าที่ราชการว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง  ควรไล่ออกจากราชการ  การน าเงินที่ทุจริตไปแล้วมาคืน
                  หรือมีเหตุอันควรปรานีอื่นใด ไม่เป็นเหตุลดหย่อนโทษลงเป็นปลดออกจากราชการ
   93   94   95   96   97   98   99   100   101   102   103