Page 100 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 100
91
(6) สภาพการเป็นข้าราชการ การสั่งลงโทษผู้ซึ่งพ้นสภาพการเป็นข้าราชการไปแล้ว ไม่อาจกระท าได้
ยกเว้นส าหรับกรณีที่มีการกล่าวหาในเรื่องวินัยอย่างร้ายแรง หรือต้องหาว่ากระท าความผิดอาญา หรือถูกฟองคดีอาญา
ู
เว้นแต่ความผิดที่ได้กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษอยู่ก่อนที่ผู้นั้นจะออกจากราชการ ซึ่งมาตรา 102 แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ให้อ านาจผู้มีอ านาจตามมาตรา 53
ด าเนินการทางวินัยแก่ผู้นั้นต่อไปได้ เว้นแต่จะเป็นการออกจากราชการเพราะตาย ถ้าผลการสอบสวนปรากฏ
ข้อเท็จจริงว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงก็ยังมีอานาจสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออกจากราชการย้อนหลังได้
เว้นแต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เมื่อผู้นั้นออกจากราชการไปแล้ว กฎหมายให้งดโทษเสียได้
(มาตรา 102) ส าหรับในกรณีที่ผู้นั้นตายในระหว่างการด าเนินการทางวินัยผู้บังคับบัญชาไม่อาจสั่งลงโทษ หรือ
ด าเนินการทางวินัยต่อไปได้อก จะต้องสั่งยุติการด าเนินการหรือยุติเรื่อง แล้วรายงานตามล าดับจนสิ้นสุด
ี
กระบวนการ
(7) เมื่อสั่งลงโทษแล้วจะต้องแจ้งค าสั่งให้ผู้ถูกลงโทษทราบภายใน 7 วัน พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ
การอุทธรณ์ค าสั่งลงโทษได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งค าสั่ง
(8) การสั่งลงโทษซ้ าในมูลความผิดเดียวกัน การสั่งลงโทษซ้ าในมูลความผิดเดียวกันขัดต่อหลักกฎหมาย
ทั่วไปที่ห้ามมิให้ลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากกว่าหนึ่งครั้งส าหรับความผิดที่บุคคลนั้นได้กระท าเพียงครั้งเดียว
กรณีศึกษา
1. มติ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการอทธรณ์และการร้องทุกข์ ครั้งที่ 2/2556 วันพธที่
ุ
ุ
23 มกราคม 2556 การออกค าสั่งลงโทษไล่ผู้อทธรณ์ออกจากราชการ ตามค าสั่งส านักงานเขตพนที่การศึกษา
ื้
ุ
ประถมศึกษา ระบุแต่เพียงว่า ผู้อุทธรณ์ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มี
ิ
ิ
ั
เหตุผลอนสมควรนั้น เป็นการออกค าสั่งลงโทษที่ไม่มีข้อพจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพนิจการออกค าสั่ง
ลงโทษจึงมีข้อความไม่สมบรูณ์ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยวิธีการออกค าสั่งเกี่ยวกับการลงโทษทางวินัย
้
ื้
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2548 ข้อ 3 จึงมีมติให้ส านักงานเขตพนที่การศึกษา แกไข
เพิ่มเติมค าสั่งโดยให้มีการระบุถึงข้อพจารณา ข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพนิจอย่างไร ในการลงโทษผู้อทธรณ์ และให้
ิ
ุ
ิ
ุ
ื่
ท าการแจ้งค าสั่งที่แก้ไขดังกล่าวให้ผู้อทธรณ์ทราบเพอผู้อทธรณ์สามารถใช้สิทธิโต้แย้งการใช้ดุลพนิจ
ิ
ุ
ในการลงโทษได้อย่างถูกต้อง
2. มติ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการอทธรณ์และการร้องทุกข์ ครั้งที่ 3/2557 วันพธที่
ุ
ุ
5 กุมภาพันธ์ 2557 การด าเนินการทางวินัยและการลงโทษทางวินัยจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมาย
กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับก าหนดไว้ โดยจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ก าหนดวิธีด าเนินการเพอลงโทษหรือวิธีการ
ื่
บังคับโทษที่ชัดเจน เมื่อไม่มีหลักเกณฑ์เพื่อก าหนดวิธีด าเนินการเพอลงโทษหรือวิธีการบังคับโทษให้เป็นไปตาม
ื่
สถานโทษที่ก าหนดไว้ในกฎหมาย การด าเนินการทางวินัยและการลงโทษทางวินัย ย่อมไม่อาจด าเนินการต่อไปได้
เมื่อต าแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอน ตามมาตรา 38 ค. (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร
ื่
ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไม่มีขั้นเงินเดือน การจะใช้วิธีด าเนินการเพอลงโทษหรือวิธีการบังคับโทษด้วยการลดขั้นเงินเดือน
ื่
ิ
จึงไม่อาจกระท าได้ จึงเห็นควรที่จะพิจารณาทบทวนการใช้ดุลพนิจในการลงโทษนาย ส. ใหม่ตามสถานโทษที่มี
วิธีด าเนินการเพอลงโทษหรือวิธีการบังคับโทษทชัดเจนตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับก าหนดไว้
ื่
ี่
และตามความเหมาะสมแก่ความผิดด้วย โดยเมื่อเทียบเคียง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนแปลงการลงโทษ
นายส. จากโทษลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้นเป็นโทษตัดเงินเดือน 5 % เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งใกล้เคียงกับโทษลดขั้นเงินเดือน
1 ขั้น และมีวิธีด าเนินการเพอลงโทษหรือวิธีการบังคับโทษชัดเจนตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ
ื่
ก าหนดไว้ ทั้งยังเป็นคุณกับนาย ส. ด้วย

