Page 99 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 99
90
เรื่องการละทิ้งหน้าที่ราชการ มติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
้
ที่ นร 0205/ว 234 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2536 ได้วางแนวทางการลงโทษขาราชการที่ละทิ้งหน้าที่ราชการ
ี
ติดต่อในคราว เดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และไม่กลับมาปฏิบัติราชการอกเลย
ั
ื่
ว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ควรลงโทษไล่ออกจากราชการ การมีเหตุอนควรปรานีอนใดไม่เป็นเหตุ
ลดหย่อนโทษลงเป็นปลดออกจากราชการ
ื่
เรื่องการปลอมแปลงลายมือชื่อผู้อน มติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ิ
ที่ นร 0505/ว 197 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2548 เรื่อง การปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง การพจารณา
ื่
้
การกระท าผิดวินัยของข้าราชการ ได้วางแนวทางการลงโทษขาราชการที่ปลอมแปลงลายมือชื่อผู้อนเพอไปหา
ื่
ประโยชน์ โดยให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และลงโทษอย่างน้อยปลดออกจากราชการ
ข้อควรค านึงในการสั่งลงโทษ
(1) การสั่งลงโทษเกินอานาจ ในกรณีที่กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยอานาจการลงโทษให้อานาจผู้อานวยการ
สถานศึกษาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ หรือตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งในอตราร้อยละ 2 หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ผู้นั้น
ั
ได้รับในวันที่มีค าสั่งลงโทษเป็นเวลา 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน ถ้าสั่งลงโทษเกินอานาจที่กฎหมายก าหนดไว้
เช่น สั่งลงโทษลดเงินเดือนร้อยละ 2 ของเงินเดือน ย่อมเป็นค าสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลใช้บังคับ
เว้นแต่กรณีเป็นการสั่งลงโทษตามมติ กศจ. อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ. ผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งลงโทษได้
แม้โทษนั้นจะเกินอ านาจของตน ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นการสั่งตามมติ มิได้เป็นการสั่งโดยอาศัยอ านาจของตนเอง
(2) ต้องเป็นโทษตามที่กฎหมายก าหนด หมายถึง ผู้ที่ถูกลงโทษทางวินัย หรือหลักเกณฑ์การลงโทษ
ทางวินัยต้องใช้บังคับแก่ผู้ใด ผู้นั้นย่อมต้องมีสิทธิได้รู้ว่ามีโทษใดบ้างที่จะน ามาใช้บังคับแก่การกระท าของตน
ั
เช่น โทษตัดเงินเดือนกฎหมายก าหนดให้ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งในอตราร้อยละ 2 หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ผู้นั้น
ได้รับในวันที่มีค าสั่งลงโทษเป็นเวลา 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน ตามอานาจของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับ หรือ
ลดเงินเดือนได้ครั้งหนึ่งในอัตราร้อยละ 2 และร้อยละ 4 ของเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับในวันที่มีค าสั่งลงโทษ ไม่อาจ
ั
ลงโทษนอกเหนือกว่าที่กฎหมายก าหนดหรือเกินกว่าอตราโทษที่กฎหมายก าหนดได้ เช่น ลงโทษตัดเงินเดือน
10% หรือลดเงินเดือน 5 % ไม่อาจกระท าได้ เพราะกฎหมายมิได้ก าหนดอตราโทษดังกล่าวไว้ รวมถึงกรณีที่เป็น
ั
ั
ี่
การสั่งตามมติก็เช่นเดียวกันแม้จะเป็นการสั่งตามมติก็ต้องเป็นโทษและอตราโทษตามทมีกฎหมายก าหนดไว้แล้ว
ไม่อาจมีมตินอกเหนือไปจากที่กฎหมายก าหนดไว้ได้
(3) ผู้สั่งลงโทษมิใช่ผู้บังคับบัญชา ในการปฏิบัติงานอาจมีข้าราชการจากหลายหน่วยงานมาท างาน
ร่วมกัน เช่น ข้าราชการครูโรงเรียน ก. ไปช่วยราชการโรงเรียน ข. ผู้บริหารโรงเรียน ข. มิใช่ผู้บังคับบัญชาของ
ผู้ไปช่วยราชการ จึงไม่มีอ านาจสั่งลงโทษมีเพียงอ านาจการมอบหมายงานควบคุมดูแลการปฏิบัติงานเท่านั้น
(4) การสั่งลงโทษโดยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบสวน เว้นแต่เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง
ิ
ตาม กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง พ.ศ. 2549 หรือมิได้น าเสนอองค์คณะพจารณา ในกรณี
ที่คณะกรรมการสอบสวนหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ั
(5) การสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการห้ามสั่งย้อนหลัง เว้นแต่กรณีที่มีการพกราชการ
หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือเป็นกรณีที่ให้สั่งย้อนได้ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยวันออกจากราชการของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2548 และระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยวิธีการออกค าสั่งเกี่ยวกับ
การลงโทษทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2548

