Page 34 - คู่มือการนิเทศ การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
P. 34

33




                                      (5)  ทฤษฎีภาวะผู้น า
                                      ในการนิเทศการสอน ผู้นิเทศจะต้องใช้ภาวะผู้น าในการนิเทศอย่างเหมาะสม
                         ื่
                       เพอให้การนิเทศประสบผลส าเร็จและบรรลุตรงตามเปูาหมาย ดังนั้น ผู้นิเทศจะต้องรู้และเข้าใจ
                       เกี่ยวกับภาวะผู้น า ประเภทผู้น า และการใช้ภาวะผู้น าในการส่งเสริมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

                       การปฏิบัติงานของครู ให้ส่งผลถึงคุณภาพของนักเรียนมากที่สุด เกี่ยวกับเรื่องนี้ Mc Gregor, Douglas
                              ้
                       (1960 อางถึงใน วัชรา เล่าเรียนดี, 2550 : 58) ได้กล่าวถึงลักษณะของผู้น า ตามแนวทฤษฎี X และ
                       ทฤษฎี Y และได้เสนอข้อสมมติฐานเกี่ยวกับมนุษย์ใน 2 ลักษณะ คือ ทฤษฎี X กล่าวว่า มนุษย์ทั่วไปมี
                       นิสัยประจ าตัวก็ คือ ไม่อยากท างานและพยายามที่จะหลีกเลี่ยงงานเท่าที่จะท าได้ ต้องมีการบังคับ

                       ควบคุมชี้แนะ และขู่เข็ญด้วยการลงโทษ รวมทั้งไม่ชอบที่จะถูกชี้แนะ ปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยง
                       ความรับผิดชอบ มีความทะเยอทะยานน้อย มีความต้องการความปลอดภัยมากที่สุด และทฤษฎี Y
                       กล่าวคือ การใช้ความพยายามทางด้านร่างกายและจิตใจในการท างานเป็นเรื่องธรรมชาติ การควบคุม
                       ภายนอกและการท าให้หวาดกลัวโดยการลงโทษไม่ใช่เป็นวิธีการท าให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

                       การมีข้อผูกมัดกับจุดประสงค์ในการท างานเป็นวิธีการให้รางวัลชนิดหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ
                       ความส าเร็จ มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้ภายใต้ภาวการณ์ที่เหมาะสม ความสามารถในการใช้จินตนาการ
                                                                                                  ่
                                                       ้
                       ความจริงใจ ความคิดสร้างสรรค์ เพอแกไขปัญหาภายในองค์กรจะเป็นไปอย่างกว้างขวาง ไมใช่ภายใน
                                                    ื่
                       ขอบเขตจ ากัด
                                                                                    ้
                                      นอกจากนั้น Hersey P. and Blanchard K.  (1977 อางถึงใน วัชรา เล่าเรียนดี,
                       2550 : 65) ได้เสนอรูปแบบภาวะผู้น า 4 แบบ ซึ่งเน้นพฤติกรรมการท างาน (Task Behavior) กับ
                                        ั
                       พฤติกรรมความสัมพนธ์ระหว่างบุคคล (Relationship  Behavior)  คือ 1)  ให้ความส าคัญกับงานสูง
                       และให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่ า จัดเป็นการใช้ภาวะผู้น าแบบเผด็จการ 2) ให้ความส าคัญกับงาน

                                     ั
                       และให้ความสัมพนธ์ระหว่างบุคคลสูง จัดเป็นการใช้ภาวะผู้น าแบบประชาธิปไตย 3)  ให้ความส าคัญ
                       กับความสัมพนธ์ระหว่างบุคคลสูง และความส าคัญกับงานต่ า และ4)  ให้ความส าคัญกับงานและให้
                                  ั
                       ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่ า จัดเป็นการใช้ภาวะผู้น าแบบปล่อยปละละเลย

                                      จะเห็นได้ว่าทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความส าเร็จของการนิเทศ ย่อมขึ้นอยู่กับ
                       ความสามารถ และรูปแบบของความเป็นผู้น า โดยการรู้จักในสิ่งจูงใจเป็นเครื่องกระตุ้นใน
                       การปฏิบัติงาน การให้ความร่วมมือ ดังนั้น ภาวะผู้น า จึงเป็นเทคนิคหนึ่งที่จ าเป็นของผู้น าและผู้นิเทศ
                       จะต้องเลือกใช้ทั้งรูปแบบภาวะผู้น าให้เหมาะสมกับคนและกลุ่มคน

                                      (6)  ทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่
                                       ั
                                      พฒนาการของผู้ใหญ่ในด้านการเรียนรู้และความเจริญก้าวหน้านั้น เป็นไป
                       ตามล าดับขั้นตอน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของผู้ใหญ่จ าเป็นต้องค านึงถึงการ
                                                                       ั
                       เปลี่ยนแปลงลักษณะของความรู้ ความสามารถ ความสัมพนธ์ของผู้ใหญ่กับสภาพแวดล้อมด้วย และ
                       ผู้ใหญ่แต่ละคนจะมีระดับความคิดรวบยอดที่แตกต่างกันตามล าดับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ วัชรา เล่าเรียนดี
                       (2550 :  38)  ได้ให้แนวคิดในการพฒนาความคิดรวบยอดของผู้ใหญ่ ดังนี้ คือ 1) ความคิดรวบยอด
                                                     ั
                       ระดับต่ าเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการคิดที่เป็นรูปธรรม เช่น สามารถประเมินสิ่งต่างๆ ด้วย
                       เกณฑ์ธรรมดาง่ายๆ ไม่สามารถนิยามปัญหาได้ จ าเป็นต้องแสดงวิธีท าให้ดูหรือแสดงวิธีการแก้ปัญหา

                       ให้ดูเป็นตัวอย่าง 2) ความคิดรวบยอดระดับปานกลาง เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการคิด
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39