Page 67 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๙
P. 67

นานาสาระ







               เรือโทหญิง นิพัฒน์  เพชรศิริ
                               วิธีขับรถในขณะฝนตกอย่างปลอดภัย





              ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ  จึงควรใช้น้ำฉีดกระจกช่วยชะล้างคราบโคลนเหล่านี้
            ทางถนนมากกว่าปกติ เนื่องจากถนนเปียกลื่นกว่าปกติ   แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ไม่ควรฉีดน้ำในขณะที่ขับรถด้วย
            และทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  ความเร็วสูง เพราะจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทาง
            ทางถนนในช่วงฤดูฝน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   ได้ชัดเจน
            กระทรวงมหาดไทย ขอแนะวิธีขับรถอย่างปลอดภัย          เปิดไฟหน้า - หลังรถ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วง
            ในช่วงฤดูฝน ดังนี้                             ที่ฝนตกหนักมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ผู้ขับขี่มอง

            การเตรียมสภาพรถ                                เห็นเส้นทางไม่ชัดเจน  การเปิดไฟหน้า  -  หลังรถ
                ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบสัญญาณไฟให้อยู่ใน   นอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว
                                                                  ้
            สภาพที่ใช้งานได้ดี หากโคมแก้วเปื้อนให้เช็ดทำความ  ยังช่วยใหผู้ขับขี่รถคันอื่นเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย
            สะอาดเพื่อให้ความสว่างเพิ่มขึ้น รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ ์     ลดความเร็ว จากการศึกษาพบว่าช่วงที่ฝนเริ่มตกใน
            ใบปัดน้ำฝนให้สามารถปัดกวาดน้ำฝนได้สะอาด ไม่มีรอยฝ้า  ๑๐ นาทีแรก เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลมากที่สุด
            หรือรอยขูดขีดบนกระจก และเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดฝ้าที่  เพราะน้ำฝนจะชะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่

            ติดอยู่กระจกภายในรถ รวมถึงหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีด  บนพื้นถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายการละเลงโคลน ดังนั้น
            น้ำอยู่เสมอ                                    การลดความเร็วของรถ จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัย
                เลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางละเอียด เติมลม  ในการขับขี่ ซึ่งระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่เกิดการลื่นไถล
            ยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ ๒ – ๓ ปอนด์/ตารางนิ้ว   คือ ๖๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง

            เพื่อให้ หน้ายางแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ยางมีกำลังในการรีดน้ำ    ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป  เพราะสภาพ
            ดียิ่งขึ้น ตลอดจนตรวจสอบผ้าเบรกให้สามารถใช้งานได้ดี  ถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น
            ในสภาพถนนเปียกลื่น หากเบรกแล้วรถมีอาการปัด      ผู้ขับขี่ ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่

            ให้จัดการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่                    ในช่วงปกติ ๑๐ – ๑๕ เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน
            ขับรถหน้าฝน                                      หากขณะขับรถแล้วรถลื่นไถลหรือเหินน้ำ
            การขับรถในช่วงฝนตก                             ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะจะ

                เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัด  ทำให้รถ  พลิกคว่ำได้  ให้แก้ไขด้วยการถอนคันเร่ง
            น้ำฝน ให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนที่ตกลงมา   ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็วโดย
                การใช้น้ำฉีดกระจก ในช่วงที่ฝนเริ่มตกน้ำที่กระเด็น  ใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบ
            จากการดีดจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน ในกรณีนี้ แม้จะ  เบรกเพื่อหยุดรถ
            ใช้เปิดก้านปัดน้ำฝนปัดก็ไม่สามารถปัดออกได้หมด



                                                            นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๕  พฤษภาคม ๒๕๕๙  65
   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72