Page 27 - นาวิกศาสตร์ เมษายน ๒๕๖๓
P. 27

๒๑. ประเทศสยามเข้าร่วมในสงครามโลก
                                                                                          ี
                                                                                        ั
                                                             �
                พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตัดสินพระทัยนาประเทศสยามเข้าสู่สงครามโลกคร้งท่ ๑ โดยประกาศ
            สงครามกับเยอรมนี และออสเตรีย – ฮังการี ในวันท่ ๒๒ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๑๗ (พ.ศ.๒๔๖๐) ซ่งเป็นเหตุการณ์
                                                      ี
                                                                                         ึ
            ภายหลังท่สงครามในยุโรปได้ผ่านไปแล้ว ๓ ปี
                    ี
                                                         ี
                กองจับเรือเชลยของราชนาวีสยามเป็นเหล่าแรกท่ได้กระทาหน้าท่สงคราม ในวันท่สยามประกาศสงคราม
                                                                                   ี
                                                                      ี
                                                                �
                                     ั
                                         ี
                                 ี
              ั
                      ี
                                                ี
                                                ่
                                                                         �
                                           ่
                                           ื
                                              ั
            กบเยอรมน และออสเตรย – ฮงการเมอวนท ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ นาโดยนายนาวาตรี หลวงหาญสมุท
            (บุญมี  พันธุมนาวิน) เป็นผู้บังคับกองจับเรือเชลย ประชุมนายทหารเรือ ๓๗ นาย เพ่อทาการจับยึดเรือเชลย
                                                                                   ื
                                                                                     �
                                                                                               ี
            ท่ห้องประชุมราชนาวิกสภาเพ่อนากาลังพล ๔๐๔ นาย เข้าทาการจับยึดเรือเชลยซ่งเป็นเรือสินค้าเยอรมนีท่หลบหน  ี
                                                                            ึ
                                        �
                                                            �
              ี
                                      �
                                   ื
                                                                                �
                                                          ี
                                       �
                                                                      ั
                                                                        ิ
                                            ้
            ภัยสงครามเข้ามาพักอาศัยตามลาแม่นาเจ้าพระยา เรือท่จับยึดได้รวมท้งส้น ๒๕ ลา คิดเป็นเงินราคาของเรือ
                                            �
            ท้งหมดประมาณ ๑๙๖ ล้านบาทเศษ (ราคาค่าของเงินในสมัยน้น) จับเชลยได้ ๑๓๗ คน
              ั
                                                           ั
                “คร้นเม่อได้ประกาศสงครามต่อเยอรมนี และออสเตรีย - ฮังการีแล้ว ราชนาวีเป็นเหล่าแรกท่ได้กระทาหน้าท่สงคราม
                                                                                               ี
                                                                                          �
                      ื
                    ั
                                                                                    ี
                             ี
            คือจับคร่าห์ศัตรูตามท่ได้ปรากฏมาแล้ว”
                                                                                              พันแหลม
                                                                                ี
                จาก “สมุทสาร” วารสารของราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปีท่ ๔ เล่ม ๓๗ มกราคม ๒๔๖๐
            เร่อง “สยามจาเปนต้องมีนาวี ฤา?” (พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่๖)
              ื
                       �
                                                                                           ี
                กระทรวงกลาโหมได้ประกาศรับทหารอาสาสมัคร คัดเลือกทหารได้ ๑,๒๕๐ นาย จัดแบ่งเป็น ๓ กอง คือ กองรถยนต์
                                                                          ั
                                                                                ื
            กองบิน และกองพยาบาล ทหารไทยได้เดินทางถึงเมืองมาเซย์ (Marseille) ประเทศฝร่งเศส เม่อ ๓๐ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๑๘
                                                                            ี
            (พ.ศ.๒๔๖๑) มีนักเรียนไทยในต่างประเทศสมัครเป็นทหารอาสาอีก ๔๐ นาย  ไปรออยู่ท่ฝร่งเศสแล้ว ทหารไทยท่เข้าสมรภูม  ิ
                                                                                              ี
                                                                              ั
                 ้
            ครงนส่วนใหญ่เป็นทหารกองรถยนต์ ทาหน้าท่ลาเลียงทหาร และอาวธยุทโธปกรณ์ให้แก่ทหารฝร่งเศสในย่านกระสุนตก
                                                                ุ
                 ี
              ้
              ั
                                                                                     ั
                                                �
                                          �
                                               ี
                 ั
                        �
                                                                                         ี
            บางคร้งได้เข้าทาการสู้รบในแนวรบท่สาคัญ ๆ ได้แก่ เมืองแรงม์ (Reims) ป้อมแวร์เดิง (Verdun) และท่อัลซาค (Alsace)
                                        ี
                                         �
                         �
                              �
                      ั
            ส่วนกองบินน้น กาลังทาการฝึกหัดอยู่ ยังมิทันจะจบ ฝ่ายเยอรมันก็ยอมแพ้เสียก่อน จึงมิได้ออกทาการรบ
                                                                                    �
                เมื่อสงครามยุติลงแล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๙๑๘ (พ.ศ.๒๔๖๑) กองรถยนต์ของไทยยังคงท�าหน้าที่
                                                                                  ี
             �
                ี
                                         ี
            ลาเลยงถอนทหารกลบเช่นเคย ก่อนท่จะได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีฉลองชัยชนะท่กรุงปารีส  วันท่ ๒๑ กันยายน ค.ศ.๑๙๑๙
                                                                      ี
                             ั
                                                      ั
            (พ.ศ.๒๔๖๒) หน่วยอาสาสมัครกลับถึงกรุงเทพฯ หมดท้ง ๓ กอง
                                                ึ
                                    ั
                อนุสรณ์จากสงครามโลกคร้งท่ ๑ ท่ได้สร้างข้นไว้ คือ “วงเวียน ๒๒ กรกฎา” สร้างข้นเป็นอนุสรณ์ในวันประกาศสงคราม
                                         ี
                                      ี
                                                                           ึ
                                                                                       ี
                                                   �
                                                                                          �
            กับฝ่ายเยอรมัน และ “อนุสาวรีย์ทหารอาสา” ซ่งทาพิธีบรรจุอัฐิทหารท่เสียชีวิตในสงครามโลกคร้งท่ ๑ จานวน ๑๙ นาย
                                                ึ
                                                                  ี
                                                                                     ั
            เม่อวันที ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๒
              ื
                แต่ไม่มี อนุสรณ์ในการจับเรือเชลย ซ่งเป็นวีรกรรมทหารเรือ ๔๐๔ นาย แห่งราชนาวีสยามท่เข้าสู่สงครามโลกคร้งท่ ๑
                                           ึ
                                                                                                  ั
                                                                                                    ี
                                                                                   ี
            เป็นเหล่าแรก
                                           “นานไปเขาก็ลืม”
                                                                                    นาวิกศาสตร์  25
                                                                                    ปีที่ ๑๐๓  เล่มที่ ๔  เมษายน ๒๕๖๓
   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32