Page 163 - ประวัติศาสตร์นิพนธ์ว่าด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
P. 163

151




                       ช่วงเวลาทีแตกตางกัน ภายหลังทศวรรษ 2530 ตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯทั้งในฐานะทหารเรือ
                                     ่
                                ่
                                                                                                ั
                                                                               ่
                             ู
                                                  ู
                                                                                ่
       ( (             นักปฏิรปและผู้ใช้ศาสตร์ความร้นอกระบบสมัยใหม่ก็ยังด ารงอยูคูขนานกันจวบจนปจจุบัน โดย
       ช ช             อาจได้รับการให้คุณคาความหมายใหม่ทีแตกตางจากยุคสมัยทีผู้วิจัยศึกษา ดังนั้น การศึกษาพระ
                                         ่
                                                          ่
                                                                             ่
                                                               ่
       า า             ประวัติของพระองค์ในฐานะเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์จึงยังคงมีคุณค่าทีจะได้รับการศึกษาต่อไป
                                                                                    ่
       ญ ญ
       วิ วิ
                                                                                          ื
                                                                              ั
       ท ท             2. ทฤษฎีการเขียนประวัติศาสตร์ของเฮย์เดน ไวต์กบการเล่าเร่องพระประวัติ
                                       ุ
       ย์ ย์           ของกรมหลวงชมพรฯ
                               เมือผู้วิจัยใช้กรอบแนวคดจากทฤษฎีการเขียนประวัตศาสตร์ของเฮย์เดน ไวต์ในการ
                                                     ิ
                                                                              ิ
                                 ่
       เ เ             วิเคราะห์งานเขียนพระประวัตและตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯทีปรากฏในงานเขียน ผู้วิจัยพบว่า
                                                                              ่
                                                 ิ
       ก ก             กรอบแนวคดจ าเปนต้องได้รับการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมตอการศึกษาวิเคราะห์ เนืองจากทฤษฎี
                                      ็
                                 ิ
                                                                                              ่
                                                                         ่
       ษ ษ
                                 ่
       ต ต             ของไวต์มีเงือนไขในการใช้ศึกษาและไม่สามารถใช้วิเคราะห์กับเรื่องราวบางเรื่องของกรมหลวง
                                                                    ิ
                                           ็
       ร ร             ชุมพรฯ ท าให้ผู้วิจัยจ าเปนต้องปรับเปลี่ยนกรอบแนวคดบางส่วนให้สอดคล้องกับการวิเคราะห์
                                                                                             ิ
       ศิ ศิ                   ในเรื่องการใช้ทฤษฎีของไวต์ในการศึกษาวิเคราะห์เรื่องเล่าพระประวัตของกรมหลวง
       ริ ริ           ชุมพรฯ ผู้วิจัยต้องประยุกต์กรอบแนวคดจากทฤษฎีของไวต์ เพือน ามาใช้ในการศึกษาวิเคราะห์
                                                         ิ
                                                                             ่
       . .             เรื่องราวของกรมหลวงชุมพรฯดังนี้

                                                                                                     ิ
       2 2                     ในระดับการสร้างโครงเรื่อง ผู้วิจัยประเมินโครงเรื่องในงานเขียนพระประวัต โดย
                                                   ั
                                                                                                     ่
                                                                                                        ็
                                                                                            ็
                                                                  ่
                                                                    ิ
       5 5             พิจารณาจากการแก้ไขอุปสรรคปญหากับผลลัพธ์ทีอธบายในเรื่อง และแบ่งออกเปน 4 แนว ซึงเปน
       4 4
                                              ิ
       4 4             ขั้วตรงข้ามกัน ได้แก่ วีรคต (Romance) กับเย้ยหยัน (Satire) และสุขนาฏกรรม (Comedy) กับ
       ) )             โศกนาฎกรรม (Tragedy) แนวเรื่องคูแรกประเมินจากการแก้ไขอุปสรรคปญหา โดยในแนวเรื่องวีร
                                                                                     ั
                                                      ่

                                                                ั
                       คต ตัวเอกของเรื่องจะสามารถแก้ไขอุปสรรคปญหาได้ส าเร็จและท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
                         ิ
                                                                  ั
                                                                              ่
                                           ่
                       บางอย่างขึ้น ไม่ว่าจะตอตัวเอกหรือตออุปสรรคปญหา ขณะทีในแนวเรื่องเย้ยหยัน ตัวเอกจะ
                                                        ่
                                                                                                     ั
                       ล้มเหลวในการแก้ไขอุปสรรคปญหา ส่วนแนวเรื่องคูหลัง ตัวเอกยังไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคปญหา
                                                ั
                                                                  ่
                       ได้ แต่ประสบสถานการณ์ทีจะน าไปสู่ผลลัพธ์บั้นปลาย ในแนวเรื่องสุขนาฏกรรม สถานการณ์ทีตัว
                                              ่
                                                                                                       ่
                                                         ่
                                                                                           ่
                       เอกประสบได้คลี่คลายลงชัวคราว ขณะทีในแนวเรื่องโศกนาฏกรรม สถานการณ์ทีตัวเอกประสบตึง
                                             ่
                                                                            ั
                       เครียดมากขึ้น แต่ผู้อ่านได้ตระหนักร้ถึงปจจัยเกยวกับอุปสรรคปญหามากขึ้น
                                                     ู
                                                         ั
                                                               ี่
                               ในระดับการสร้างข้อถกเถยง ผู้วิจัยพิจารณาจากการอธบายผลลัพธ์ความส าเร็จหรือ
                                                      ี
                                                                                ิ
                                                                         ็
                                      ่
                                                                      ่
                                                            ็
                       ความล้มเหลวทีเกิดขึ้น โดยแบ่งออกเปน 4 แบบทีเปนขั้วตรงข้ามกัน ได้แก่ Formist กับ
                       Contextualist และ Organicist กับ Mechanist ในหลักการสร้างค าอธบายคูแรก Formist จะมอง
                                                                                   ิ
                                                                                        ่
                                                      ั
                                                                                    ่
                       ว่า ผลลัพธ์ทีเกิดขึ้นสามารถได้ด้วยปจจัยภายในเรื่องนั้นโดยตรง ขณะที Contextualist จะมองว่า
                                 ่
   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167   168