Page 164 - ประวัติศาสตร์นิพนธ์ว่าด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
P. 164
152
ื
่
็
่
ี
ิ
ผลลัพธ์จ าเปนต้องอาศัยปรากฏการณ์อนทีใกล้เคยงกันประกอบการอธบาย ส่วนหลักการสร้าง
ิ
่
่
ิ
็
่
ค าอธบายคูหลังจะมองผลลัพธ์ทีเกิดขึ้นเปนส่วนหนึ่งของภาพประวัตศาสตร์ใหญ โดย Organicist
่
่
็
่
จะมองว่า ผลลัพธ์ทีเกิดขึ้นเปนส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ใหญทีด าเนินอยูและเก้อหนุน
ื
่
่
่
่
ปรากฏการณ์ใหญนั้น ขณะที Mechanist จะมองว่า ผลลัพธ์เปนส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ใหญที ่
็
็
่
ถูกบีบคั้นด้วยเงือนไขความจ าเปน
ในระดับนัยยะอุดมการณ์ ผู้วิจัยพิจารณาจากทิศทางของผลลัพธ์ทีเกิดขึ้นและจังหวะ
่
็
่
็
ของการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งออกเปน 4 แบบทีเปนขั้วตรงข้ามกัน ได้แก่ Anarchist กับ Liberal
่
่
และ Radical กับ Conservative นัยยะคูแรกจะพิจารณาถึงทิศทางของผลลัพธ์ทีเกิดขึ้น โดย
่
่
่
Anarchist จะมองทิศทางของผลลัพธ์ในลักษณะการรื้อฟนหรือให้คุณคาตอสิ่งทีเคยด ารงอยูใน
่
ื
้
อดต ขณะที Liberal จะมองทิศทางของผลลัพธ์ในลักษณะการสร้างสิ่งใหม่ทีดกว่าเดิม ส่วนนัยยะ
่
ี
่
ี
่
คูหลังจะพิจารณาจังหวะของการเปลี่ยนแปลง โดย Radical จะมองว่า ความเปลี่ยนแปลง
่
็
จ าเปนต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที Conservative จะมองว่า ความเปลี่ยนแปลงควรด าเนิน
อย่างค่อยเปนค่อยไป
็
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้วิจัยจะประยุกต์สร้างกรอบแนวคดจากทฤษฎีของไวต์แล้ว แตผู้วิจัย
่
ิ
่
่
่
ิ
ยังพบว่า กรอบแนวคดมีข้อจ ากัดในการใช้ศึกษาวิเคราะห์อยูสองประการอันเนืองมาจากเงือนไข
เบื้องต้นของทฤษฎี
ประการแรก ทฤษฎีของไวต์สร้างขึ้นเพือน ามาใช้ในการวิเคราะห์งานเขียนชิ้นตอชิ้นหรือ
่
่
ชุดงานเขียนของผู้เขียนคนใดคนหนึ่ง ขณะทีงานวิจัยนี้มองว่า ตัวตนของกรมหลวงชุมพรฯ
่
ประกอบสร้างขึ้นจากงานเขียนหลายชิ้น และมีผู้เขียนพระประวัตหลายคนเข้ามาเกยวข้อง ซึงไม่
่
ี่
ิ
็
ิ
่
สอดคล้องกับเงือนไขของทฤษฎี ผู้วิจัยจ าเปนต้องสร้างภาพรวมของโครงเรื่องพระประวัตผ่านการ
ประมวลเรื่องราวจากงานเขียนพระประวัตทีผลิตขึ้นในแตละช่วงเวลา ภาพรวมโครงเรื่องพระ
่
่
ิ
่
ประวัตในงานวิจัยนี้จึงเปนสิ่งทีผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง และผู้วิจัยตระหนักว่า ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์
็
ิ
่
อาจสร้างค าอธบายทีคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทีแฝงอยู่ในการเขียนพระประวัตของผู้เขียนแตละคน
ิ
ิ
่
่
่
่
ู
ประการทีสอง ทฤษฎีของไวต์วางอยูบนรปแบบการเล่าเรื่องในลักษณะการแก้ไขปม
่
ั
ั
ปญหาอุปสรรคและประเมินผลลัพธ์การแก้ไขปมปญหานั้น ซึงสามารถใช้ศึกษากับเรื่องราวส่วน
่
ิ
่
ใหญของกรมหลวงชุมพรฯได้ แตทฤษฎีไม่สามารถใช้วิเคราะห์กับโครงเรื่องพระประวัตทีมิได้มีปม
่
ปญหาชัดเจนได้ เช่น เรื่องพระจริยวัตรของกรมหลวงชุมพรฯด้านเลื่อมใสศรัทธาไสยศาสตร์ ซึ่งเล่า
ั
ถึงเหตุการณ์ทีกรมหลวงชุมพรฯทอดพระเนตรเห็นอทธปาฏิหาริย์ของหลวงปูศุขแล้ว จากนั้นทรง
่
ิ
่
ิ
็
เลื่อมใสศรัทธาและฝากพระองค์เปนศิษย์ของหลวงปูทันที เปนต้น ผู้วิจัยจึงจ าเปนต้องประเมินแนว
่
็
็

