Page 13 - นาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๖๓
P. 13
T.A.Gottsche) ผู้บังคับการป้อม จัดการรื้ออาคารบ้านเรือนทางด้านทิศเหนือลงเสีย เพื่อไม่ให้กีดขวางทางปืนในทิศนี้
ั
ึ
ี
นอกจากน้ก็ส่งให้ป้อมจัดการเตรียมการป้องกัน ซ่งอาจถูกโจมตีในภายหลังอีกก็ได้ ได้พบกระสุนหลายนัด และกระสุน
ึ
ี
ลูกปราย*(grape shots) เป็นอันมากตกถูกป้อมผีเส้อสมุทร เเล้วท่านก็ได้ข้นไปท่สถานีโทรเลขสมุทรปราการ สอบถาม
ื
เหตุการณ์ทางกรุงเทพฯ ได้รับทราบว่าเวลานี้เรือรบฝรั่งเศส ๒ ล�า ได้จอดทอดสมออยู่ที่บริเวณศุลกสถาน (Custom
House)
ด้วยจิตใจที่เร่าร้อนยังตกค้างอยู่ ภายหลังการรบและเหตุการณ์ก็ได้เป็นไปอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้แล้ว จ�าเป็นต้อง
ั
ี
สู้รบกันต่อไปให้ถึงท่สุด นายพลเรือจัตวา พระยาชลยุทธโยธินทร์ จึงคิดจะติดตามเรือรบฝร่งเศสเข้าไปในกรุงเทพฯ
่
�
�
ึ
แล้วใช้ยุทธวิธีแบบโบราณ คือแล่นเรือเข้าไปชนเรือข้าศึกให้จมด้วยทวนหัวเรือในเวลาคามืด ซ่งยังพอจะมีโอกาสกระทาได้
ในลักษณะเช่นน ฝ่ายข้าศึกจะใช้ปืนใหญ่ทาการยิงไม่ถนัด จึงได้ส่งให้เรือมกุฎราชกุมาร และเรือมูรธาวสิตสวัสด ิ ์
ั
�
้
ี
ออกเรือจากสมุทรปราการเข้ากรุงเทพฯ และจะได้ให้เรือพระที่นั่งมหาจักรี แล่นจากที่จอดเรือหน้าท่าราชวรดิฐ ลงมา
ั
้
�
ี
ทาการรบพร้อม ๆ กัน โดยคิดว่าเรือพระท่น่งมหาจักรีคงจะมีกาลังไอนาพร้อมท่จะออกเรือได้ทันเวลา เพราะการ
ี
�
�
ุ
เดินทางจากสมทรปราการเข้ากรงเทพฯ โดยทางรถไฟใช้เวลาเพียง ๓๐ นาทเท่าน้น เม่อท่านได้สงการตามความคิด
ี
ุ
ั
ั
ื
่
นั้นแล้ว ก็รีบขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ
ื
เม่อนายพลเรือจัตวา พระยาชลยุทธโยธินทร์ ถึงกรุงเทพฯ แล้ว ก็ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ี
ไม่ทรงอนญาตตามแผนการท่ได้คิดไว้วันน ท่านจึงได้ลงเรือกลไฟเล็กล่องลงมาพบกับเรือมกุฎราชกุมาร และเรือ
้
ุ
ี
มูรธาวสิตสวัสดิ์ที่ต�าบลบางคอแหลม แจ้งให้ทราบว่า แผนการที่ก�าหนดไว้แต่แรกนั้นเป็นอันงด และให้เรือทั้ง ๒ ล�านี้
ี
ี
จอดอยู่ท่บางคอแหลมก่อน เพ่อรอฟังคาส่งต่อไป หากได้ยินเสียงปืนยิงกันข้นท่กรุงเทพฯ ก็ให้รีบออกเรือไปดูเหตุการณ์
ื
ึ
�
ั
โดยทันที
เรือโคแมตยังมองไม่เห็นเรือแองคองสตังต์ จึงเเล่นเรือต่อไปเรื่อย ๆ พอถึงเขตท่าจอดเรือกรุงเทพฯ ก็ต้องพบกับ
ความพลุกพล่านของเรือกลไฟ เรือใบ เรือเล็กเรือน้อย การที่เรือโคแมตไม่มีน�าร่องเช่นนี้ จึงต้องประสบความล�าบาก
จากการที่ต้องระวังอันตรายจากเรือโดนกันในการน�าเรือเข้าที่แคบ
ด้วยความเข้าใจว่า จุดนัดหมายของเรือรบฝรั่งเศส ๒ ล�านี้อยู่ที่หน้าพระบรมมหาราชวัง เรือโคแมตจึงแล่นผ่าน
ท่าจอดเรือกรุงเทพฯ ไปตลอดทาง จนรู้ว่าแล่นหลงทางเข้ามาเพียงล�าเดียว จึงต้องเเล่นย้อนกลับมาทันที และในที่สุด
ี
ก็พบกับเรือแองคองสตังต์จอดอยู่ท่หน้าสถานทูตฝร่งเศสเรียบร้อยแล้ว จึงทอดสมออยู่ใกล้กับเรือแองคองสตังต์
ั
ที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส เมื่อเวลาประมาณ ๒๑๐๐
สถานการณ์ในกรุงเทพฯ คืนนั้น เงียบเป็นปกติ ไม่มีใครทราบว่ามีเรือรบฝรั่งเศส ๒ ล�า เข้ามาถึงกรุงเทพฯ ร่วมกับ
เรือลูแตง ซึ่งเข้ามาจอดอยู่ก่อนหน้านี้นานกว่า ๔ เดือนแล้ว เรือลูแตงเข้ามาถึงกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม ร.ศ.
ั
ั
๑๑๑ (พ.ศ.๒๔๓๕) ในช้นต้นรัฐบาลฝร่งเศสขอเข้ามาจอดอยู่จนถึงวันท ๒๐ มีนาคม ร.ศ.๑๑๑ และจะออกเดินทางกลับ
่
ี
ี
�
ไปในวันท ๒๑ มีนาคม ร.ศ.๑๑๑ แต่คร้นถึงกาหนดเข้าจริง ๆ แล้ว ก็โลเลขออยู่ต่อไปอีก เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะดาเนินการ
�
ั
่
�
ั
ต่อไปอย่างไร และก็เป็นการจาเป็นหากเกิดการรบพุ่งกับสยามแล้ว อย่างน้อยก็จะได้รักษาความปลอดภัยชนชาวฝร่งเศส
ในกรุงเทพฯ การส่งเรือลูเเตงเข้ามานั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นการเริ่มต้นที่จะใช้ก�าลังบีบคั้นสยาม
*กระสุนลูกปราย (grape shots) จะระเบิดแตก ท�าลายคนประจ�าปืน และเครื่องประกอบปืน ซึ่งอยู่ในที่ก�าบัง
นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓

