Page 18 - นาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๖๓
P. 18
๑๑. เพี้ยนจริง ๆ
เมื่อผมเล่ามาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านคงจะเข้าใจดีถึง “เรื่องเพี้ยนเพี้ยนจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒” ดังกล่าวแล้ว
ว่าเป็นเรื่องที่เพี้ยนจริง ๆ คือไม่ใช่ข้อความที่ว่า
ิ
ั
“…ยังผลให้เรือรบของฝร่งเศสสามารถผ่านเข้าไปจนถึงพระนคร และท้งสมออยู่หน้าพระบรมมหาราชวัง ก่อนจะ
ยื่นข้อเรียกร้องข่มขู่ให้สยามชดใช้ค่าเสียหาย…”
ถ้าผมจะเขียนชี้แจงความเพี้ยนของข้อความข้างต้นนี้ว่า ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร แต่เพียงว่า
ั
“…ยังผลให้เรือรบของฝร่งเศสสามารถผ่านเข้าไปจนถึงพระนครและ จอดทอดสมออยู่หน้าสถานทูตฝร่งเศส
ั
ก่อนที่จะยื่นข้อเรียกร้องข่มขู่ให้สยามชดใช้ค่าเสียหาย…”
บทความเรื่องนี้ก็น่าจะจบไปนานแล้ว เขียนแค่ สี่-ห้า บรรทัดไม่ถึงครึ่งหน้ากระดาษก็จบ แต่เพื่อต้องการให้ท่าน
่
�
ื
ู
ื
ึ
ึ
้
ื
้
ั
ู
ื
่
ื
ผ้อ่านได้ทราบถงความเป็นมาเบองหน้า เบองหลง จงจาเป็นต้องหาเรองเล่ายาวยดมาส่กนฟัง เรองของการทเรอรบ
ี
ั
่
ื
ฝรั่งเศสเข้ามาทิ้งสมออยู่หน้าพระบรมมหาราชวัง นั้น เป็นแต่เพียงจะเท่านั้น ค�าว่าจะในที่นี้ หมายถึง ยังไม่ได้ท�า
แล้วเรือรบฝรั่งเศสก็ไม่ได้ท�าเช่นนั้นด้วย
คือเรื่องมันเพี้ยนไปจาก “สถานทูตฝรั่งเศส” กลายเป็น “พระบรมมหาราชวัง” สถานที่คนละแห่ง คนละเรื่อง
สถานทูตฝรั่งเศส อยู่ที่บางรัก พระบรมมหาราชวัง อยู่ตรงข้ามกับกรมอู่ทหารเรือ หรือ ตรงข้ามกับราชนาวิกสภา
ดังนั้นที่ผมตั้งชื่อเรื่องบทความนี้ว่า “เรื่องเพี้ยนเพี้ยนจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒” จึงเป็นการสมควรแล้ว
๑๒. เรื่อง น่าคิด ท�าไม
ท�าไม ฝรั่งเศสจึงส่งเรือรบ ๒ ล�าเข้ามา
เรื่องฝรั่งเศสส่งเรือรบ ๒ ล�า เข้ามาตรึงก�าลังในกรุงเทพฯ อีกนั้น โดยเหตุอ้างว่า เพราะอังกฤษส่งเรือรบเข้ามา
ิ
ั
ิ
เพ่มเติมในกรุงเทพฯ ฝร่งเศสก็จะส่งเรือรบเพ่มเติมเข้ามาในกรุงเทพฯ บ้าง โดยอ้างสิทธิในสนธิสัญญาทางพระราชไมตร ี
และการค้า ซึ่งสยามได้ท�าไว้กับฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ.๑๘๕๖ ข้อ ๑๕ (พ.ศ.๒๓๙๗ สมัยรัชกาลที่ ๔)
จริงอยู่ในสนธิสัญญานั้นยอมให้เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาจนถึงเมืองสมุทรปราการได้ แต่ก็ควรจะได้ทราบเรื่องเดิม
ไว้ด้วยว่า เพราะเหตุใดจึงมีข้อความกล่าวไว้ เช่นนั้น
ี
ในสมัยก่อน ๆ น้นเรือต่างประเทศท่จะเข้ามา ต้องจอดคอยท่นอกสันดอนก่อน เจ้าหน้าท่ฝ่ายสยามได้ทราบ
ี
ั
ี
ความประสงค์ของการเข้ามาแล้ว จึงจะอนุญาตให้แล่นเข้ามาจอดที่เมืองสมุทรปราการได้ ทั้งนี้ใช้บังคับทั้งเรือรบ และ
เรือสินค้า ของต่างประเทศทุกชาติ
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อมีการท�าสนธิสัญญากับต่างประเทศ โดยมีอังกฤษเป็นประเทศแรก สยามจึงได้ยอม
ให้เรือรบต่างประเทศแล่นตรงเข้ามาจอดท่เมืองสมุทรปราการ ซ่งเป็นเมืองด่านท่ปากนาได้ และเป็นการแสดงอัธยาศัย
้
�
ี
ึ
ี
ไมตรีต่อมิตรประเทศ ในยามปกติที่มีสัมพันธไมตรีต่อกัน
แต่ในขณะนั้น ฝรั่งเศสได้แสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับสยาม แล้วจะมาอ้างสิทธิตามสนธิสัญญาทางพระราชไมตรี
นั้นได้อย่างไร ตัวสัญญาก็ได้เขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า
Treaty of Friendship Commerce and Navigation
ซึ่งค�าว่า Friendship ก็บอกอยู่ชัดเจนแล้วว่า เป็นสนธิสัญญากับประเทศที่เป็นมิตร
แต่ฝรั่งเศสไม่พึงรับฟัง ยังขืนส่งเรือรบเข้ามาให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว สยามจึงยอมไม่ได้
16
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓

