Page 44 - นาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๖๓
P. 44

ี
            ดังจะเห็นได้จากการท่ในช่วงปัจฉิมวัยพระองค์ทรง   สรุปเส้นทางเดินเรือของเจิ้งเหอ
                                                                                       ิ
                                                                                            ี
                                                                                 ิ
              �
                                                      ั
            นาทัพไปรบกับมองโกลด้วยพระองค์เองถึง ๒ คร้ง         เส้นทางเดินเรือของเจ้งเหอเร่มต้นท่นครนานจิง
                                                               ั
                                                                                  ี
            ในต้นศตวรรษ ๑๔๒๐                               จากน้นแวะไปยังเมืองเหล่าน้คือ จามปา (Champa
                จักรพรรดิหงซี พระราชโอรสผู้สืบราชสมบัติต่อจาก   ตอนกลางของเวียดนาม) กัมพูชา (Cambodia กัมพูชา)
            จักรพรรดิหย่งเล่อใน ค.ศ.๑๔๒๔ มิได้ทรงสนับสนุน   สยาม (Siam อยุธยา) มะละกา (Malacca มาเลเซีย)
            การเดินเรืออีกต่อไป ภารกิจทางทะเลของเจ้งเหอ    ปาหัง (มาเลเซีย) กลนตัน (Kelantan มาเลเซย) บอร์เนียว
                                                                                            ี
                                                                          ั
                                                  ิ
                               ี
                 ิ
            ต้องสนสดลงนอกจากน้พระองค์ยังทรงมีพระราชดาร  ิ  (Borneo เกาะบอร์เนียว หรือกาลิมันตัน) มัชฌปาหิต
                                                     �
                 ้
                    ุ
                                                   ิ
            จะย้ายเมืองหลวงกลับไปยังเมืองนานกิงตามเดิม เจ้งเหอ   (Majapahit อาณาจักรฮินดูบนเกาะชวา อินโดนีเซย)
                                                                                                    ี
                                 �
                                      ี
            จึงได้รับพระราชโองการให้ทาหน้าท่แม่กองบูรณะซ่อมแซม   ซุนดา (Sunda เกาะชวา อินโดนีเซีย) ปาเล็มบัง (Palem-
            พระราชวังหลวงในเมืองนานกิง หากแต่ในปีถัดมาคือ   bang เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย) เซมูดารา (Semudara
            ค.ศ.๑๔๒๕ จักรพรรดิหงซีก็ส้นพระชนม์ลง พระราชโอรส   เกาะสุมาตรา  อินโดนีเซีย)  อรู  (Aru  อินโดนีเซีย)
                                  ิ
            คือ จักรพรรดิเซวียนเต๋อ ได้ฟื้นฟูนโยบายกองเรือ   แลมบรี (Lambri อินโดนีเซีย) ไลด์ (Lide อินโดนีเซีย)
                                        ั
                                          �
            มหาสมบัติของพระอัยกาข้นมาอีกคร้ง นาไปสู่การเดินเรือ  บาตึ้ก (Batak อินโดนีเซีย) ศรีลังกา (Ceylon) มัลดีฟส์
                                ึ
            ครั้งที่ ๗ และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของเจิ้งเหอ  (Maldives  มัลดีฟส์)  กาลิกัท  (Calicut  อินเดีย)
                         ื
                            ้
                            ั
                               ่
                การเดนเรอครงท ๗ ระหว่าง ค.ศ.๑๔๓๑ ถึง       คีลอน (Quilon อินเดีย) มะละบาร์ (Malabar อินเดีย)
                               ี
                      ิ
                                 ิ
            ค.ศ.๑๔๓๓ กองเรือของเจ้งเหอเดินทางไปเยือนจามปา     ฮอร์มุซ (Hormuz เปอร์เซีย ปัจจุบันอยู่ในอิหร่าน) โดฟา
            ชวา ปาเล็มบัง มะละกา ชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย     (Dhofar) เอเดน (Aden เยเมน) ซานา (Sana) มักกะฮฺ
            ฮอร์มุซ กองเรือบางส่วนได้เดินเรือออกไปถึงเจดดาห์   (Mecca ซาอุดิอารเบีย) มากาดิซู (Magadishu) บราวา
            (Jeddah) และเมกกะ (Mecca) และอีกส่วนหนึ่งได้แยก   (Brawa โซมาเลีย) มาลินดิ (Malindi เคนยา)
                                      ็
                                 ้
                                 ิ
                              ั
                              ้
                                                     ี
                   ุ
                ั
                                                      ิ
            ไปยงอยธยา ระหว่างนนเจงเหอกล้มป่วย และเสยชวต
                                                  ี
            ลงใน ค.ศ.๑๔๓๓ รวมอายุได้ ๖๒ ปี ตามประเพณีชาว
                                     ี
            มุสลิมจะต้องรีบฝังศพโดยเร็วท่สุด จึงมีความเป็นไปได้
            อยางมากวา ลูกเรือจะน�าศพของเขาโยนลงในทะเล สวน
               ่
                     ่
                                                     ่
                                      ้
                                    ิ
                                      ั
                           ่
                           ี
                      ิ
                             ื
            สสานของเจ้งเหอทเมองนานกงนนเข้าใจว่าจะเป็นเพยง
                                                     ี
              ุ
            อนุสรณ์ราลึกถึงเจ้งเหอเท่าน้น โดยมิได้มีศพของเขาฝัง
                    �
                           ิ
                                   ั
            อยู่แต่อย่างใด
                       ี
                สมาชิกท่ร่วมเดินทางไปกับเจ้งเหอท่ควรกล่าวไว้ ณ
                                            ี
                                       ิ
            ที่นี้มีอยู่ด้วยกัน ๓ คน คนแรกคือ หม่าฮวนผู้เขียนบันทึก
                                      �
            ฟากฟ้าสุราลัย หรือการเดินทางสารวจดินแดนโพ้นทะเล
            หรืออิ๋งหยาเซิ่งหล่าน คนที่สองคือ เฟ่ยซิ่นผู้เขียนบันทึก
            การเดินทางสารวจบนแพคณะทูต หรือซิงฉาเซ่งหล่าน
                                                 ิ
                       �
            และคนที่สามคือ ก่งเจิน ผู้เขียนบันทึกว่าด้วยอาณาจักร
                                                      ึ
            ของคนเถ่อนในทะเลตะวันตกหรือซีหยังฟานก๋วจ้อซ่ง
                    ื
                                                 ั
                                                    ื
                           ี
                                     ั
                                          ี
            บันทึกท้งสามเล่มน้เป็นหลักฐานช้นต้นท่นักประวัติศาสตร์
                  ั
                                  ี
                                                   ิ
            ใช้ในการศึกษารายละเอียดเก่ยวกับการเดินทางของเจ้งเหอ       สุสานเจิ้งเหอที่เมืองนานกิง
                 นาวิกศาสตร์  42
                 ปีที่ ๑๐๓  เล่มที่ ๙  กันยายน ๒๕๖๓
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49